
วันที่ 27 ต.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีมีการถกเถียงเรื่องงบของ กทม.ที่ใช้ในการเยียวยาน้ำท่วมของคน กทม. ว่า เป็นแค่เรื่องของขั้นตอนการทำงานเท่านั้น ซึ่ง กทม.ได้คุยกันกับ ปภ.เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะมีบางคนนำไปบิดเบือน ให้เป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะโดยปกติเวลาเกิดภัยต่างๆ แน่นอนว่า กทม. เป็นท้องถิ่นพิเศษ คนที่จะเข้ามาดำเนินการคือตัวของ กทม. เอง โดยผู้ว่าราชการ กทม. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์
แต่เมื่อทำงานไปแล้วเกิดข้อจำกัด หรืออะไรที่รู้สึกเกินกำลังของ กทม. ที่จะจัดการได้ จะมีการพูดคุยและร้องขอเพื่อให้รัฐบาลช่วยสนับสนุน เช่น ช่วงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ กทม. ช่วงแรก กทม. เข้าไปช่วยจัดการในพื้นที่แต่เมื่อปัญหามีขนาดใหญ่เกินไป รัฐบาลก็เข้าไปช่วยเหลือและสนับสนุนในส่วนที่ขาดเหลือ ตรงนี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เงื่อนไขที่จะไปจ่ายเงินเยียวยา ถ้าการพูดคุยกันตรงนี้ เป็นเงื่อนไขในการเข้าไปจ่ายเงินเยียวยา คนกทม. ไม่มีวันได้เงินเยียวยาไปก่อนหน้านี้อยู่แล้ว เพราะก่อนหน้านี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าไปดำเนินการให้กทม. แล้ว 2 พันกว่าล้านบาท ตรงนี้เป็นเพียงการรอรอบใหม่เท่านั้น และวันนี้ทราบว่า ก็จะมีการขยับต่อไปไม่มีประเด็นอะไรทั้งสิ้น
เมื่อถามว่า กทม.ช่วยลงขันให้รัฐบาลเท่าไหร่ เพราะเมื่อวานมีการระบุว่าจำนวน 200 กว่าล้านบาท นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า อย่าเรียกว่าเป็นการลงขัน อย่างที่ตนเรียนเบื้องต้นว่า กทม. ดำเนินการได้เท่าไหร่ก็ดำเนินการไป ตามกรอบของ กทม.ที่สามารถดำเนินการได้ อันไหนที่เกินรัฐบาลจะเข้าไปสนับสนุน เพราะวันนี้ทุกคนคือคนไทย ที่รัฐบาลต้องดูแล
เมื่อถามย้ำว่า สุดท้ายแล้ว กทม. จ่ายเงินสมทบเงินเยียวยาน้ำท่วมกว่า 200 ล้านบาทใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ใช่ เมื่อวาน กทม. สนับสนุนเพิ่มมา 100 ล้านบาท ซึ่งภาพรวมของ กทม. ในขณะนี้ เงินที่ต้องใช้ในการเยียวยาเบื้องต้นประมาณ 4 พันล้านบาท ที่เหลือรัฐบาลจะจัดการเพิ่มเข้าไปให้
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แสดงว่ารัฐบาลช่วย 4 พันล้านบาท ส่วนของกทม. ประมาณ 300 ล้านบาทใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ขณะนี้ใน 4 พันล้านบาท กทม.ดำเนินการมา 300 ล้านบาทที่เหลือ จะเป็นส่วนที่รัฐบาลช่วยสนับสนุน พร้อมย้ำว่าไม่ใช่การลงขัน อย่าไปมองแบบนั้น เพราะถ้าเป็นการลงขันต้องแบ่งจ่ายกันคนละส่วน แต่นี่ไม่ใช่ แต่เป็นการดำเนินงานตามกรอบหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ที่จะสามารถดำเนินการได้
Advertisement