Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
“เอกภพ” ซัดฝ่ายค้านงอแงปมกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี

“เอกภพ” ซัดฝ่ายค้านงอแงปมกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี

25 ต.ค. 69
13:12 น.
แชร์

“เอกภพ” ซัดฝ่ายค้านงอแงปมกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี ยันรัฐบาลยืดหยุ่นเต็มที่แต่ติดภารกิจระดับโลก

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยังไม่ได้รับการบรรจุญัตติเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามที่มีการเสนอให้มีการประชุมสภาระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคม ว่า เมื่อยังไม่มีการบรรจุญัตติเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 27 ตุลาคมตามปกติ สำหรับญัตติดังกล่าว เมื่อยังไม่ได้รับการบรรจุและถูกเลื่อนออกไป ถือว่าญัตติยังค้างอยู่ โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ได้ส่งหนังสือมายังคณะรัฐมนตรี ดังนั้น สิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไปคือวิป 3 ฝ่ายต้องไปพูดคุยกันเพื่อหาข้อตกลงเรื่องวันอภิปรายให้ได้ โดยรัฐบาลได้เสนอวันอภิปรายที่เห็นว่าเหมาะสมแล้ว ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้ง 3 ฝ่ายได้หารือร่วมกัน โดยรัฐบาลยอมเพิ่มเวลาการอภิปรายจากเดิม 3 วันเป็น 4 วัน แต่ฝ่ายค้านระบุว่าหากเป็นช่วงสัปดาห์นี้ในเดือนตุลาคม ขอเวลาอภิปราย 5 วัน แต่หากเป็นเดือนพฤศจิกายนขอเวลา 4 วัน ซึ่งส่วนตัวรู้สึกงงและไม่เข้าใจว่าเหตุใดสัปดาห์นี้จึงขอเวลา 5 วัน แต่ในเดือนพฤศจิกายนกลับขอเพียง 4 วัน

รัฐบาลได้จัดสรรเวลาให้ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม ไปจนถึงวันลงมติในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะมีการลงมติหลังเที่ยงคืน โดยรัฐบาลถือว่าได้ให้เวลาอย่างเต็มที่แล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าไม่มีใครพูดถึงจำนวนชั่วโมงที่รัฐบาลเพิ่มให้ฝ่ายค้าน ซึ่งนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล ระบุชัดเจนว่าจะเพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้านถึง 48 ชั่วโมง มากกว่าสมัยรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายเอกภพ กล่าวว่า หากจะไปอภิปรายในเดือนพฤศจิกายน ภารกิจของนายกรัฐมนตรีมีตารางงานแน่นมาก และไม่ใช่เฉพาะนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่รวมถึงคณะรัฐมนตรีด้วย เนื่องจากการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีรัฐมนตรีถูกอภิปรายถึง 18 คน ซึ่งรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจำเป็นต้องอยู่ร่วมการประชุมสภา

ขณะที่เดือนพฤศจิกายน จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและเอเปก ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายนเป็นต้นไป โดยการประชุมทั้งสองเวทีจำเป็นต้องมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย เช่น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งเดินทางไปร่วมประชุมรัฐมนตรีคลังเอเปกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนั้น จะมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องเดินทางเข้าร่วมประชุมด้วย ไม่ใช่เพียงภารกิจของนายกรัฐมนตรีเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในช่วงวันที่ 2-3 พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับช่วงเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก จากนั้นจะเป็นการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและเอเปก ต่อด้วยการประชุมที่ประเทศเวียดนาม รวมถึงยังมีงานพระราชพิธีต่าง ๆ ด้วย

“เมื่อพิจารณาจากตารางงานที่สื่อนำเสนอออกไป จะเห็นว่าภารกิจในเดือนพฤศจิกายนมีความแน่นมาก รัฐบาลจึงมองว่าเรื่องนี้เป็นการเล่นเกมของฝ่ายค้าน เพราะท้ายที่สุดฝ่ายค้านก็ไม่สามารถตอบได้ว่าเหตุใดในเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคมจึงขอเวลาอภิปราย 4 วันได้ แต่เมื่อรัฐบาลจัดสรรเวลาให้ 4 วันในสัปดาห์นี้ กลับขอเพิ่มเป็น 5 วัน” นายเอกภพกล่าว

เมื่อถามว่ารัฐบาลคาดหวังว่าฝ่ายค้านต้องการให้มีการอภิปรายในวันใด นายเอกภพกล่าวว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลแล้ว แต่อยู่ที่การงอแงของฝ่ายค้าน หากยังเป็นเช่นนี้ก็จะไม่สามารถหาข้อสรุปได้ โดยมองว่าฝ่ายค้านอาจยังไม่พร้อมในเรื่องข้อมูลที่จะใช้อภิปราย แต่กลับโยนปัญหามาให้รัฐบาล โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่จัดสรรเวลาให้ ทั้งที่เมื่อรัฐบาลจัดสรรเวลาให้แล้ว ฝ่ายค้านก็ต้องบริหารจัดการให้ได้ว่าจะดำเนินการอภิปรายอย่างไรภายใต้กรอบเวลาที่รัฐบาลเสนอ

“ณ ตอนนี้ สิ่งที่รัฐบาลทำก็ต้องมานั่งหาว่าจะปรับตารางอย่างไร จะมีตารางไหนที่พอขยับได้ เพราะหลายงานเป็นสิ่งที่นัดหมายล่วงหน้า และเป็นงานระดับประเทศและระดับโลก งานของรัฐบาลไม่ได้มีเพียงแค่งานสภาอย่างเดียว แต่ยังมีงานที่ต้องทำเพื่ออนาคตของประเทศอีกเยอะพอสมควร” นายเอกภพกล่าวย้ำ

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านต้องการช่วงวันที่ 7-11 พฤศจิกายน ซึ่งคาบเกี่ยวกับวันเสาร์และวันอาทิตย์ มีความเป็นไปได้หรือไม่ นายเอกภพกล่าวว่า รัฐบาลทำงานตลอด แต่ต้องตรวจสอบตารางงานของรัฐมนตรีแต่ละคน เนื่องจากมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม้ภารกิจภายในประเทศบางส่วนจะสามารถขยับเวลาได้ รวมถึงการต้อนรับและพบปะกับคณะบุคคลต่าง ๆ ที่อาจปรับเปลี่ยนกำหนดการได้ แต่ภารกิจเดินทางไปต่างประเทศหรือการประชุมใหญ่บางรายการไม่สามารถขยับได้ ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ารัฐมนตรีแต่ละคนจะสามารถเข้าร่วมการอภิปรายได้ครบถ้วนหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่า หากพิจารณาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นการเสียโอกาสของประชาชนและสภาในช่วงสัปดาห์นี้ เพราะรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมและมีการพูดคุยกันไว้แล้ว

นายเอกภพยังกล่าวว่า สิ่งที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการในขณะนี้ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เนื่องจากการบรรจุญัตติเป็นอำนาจของประธานสภา เมื่อทั้งสองฝ่ายยังไม่พร้อมและไม่สามารถตกลงกันได้ ประธานสภาก็ยังไม่บรรจุญัตติ ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นต้องกลับไปพูดคุยกันในสภา หากไม่พร้อมอภิปรายก็ต้องหาข้อสรุปกันให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นข้อเสียของระบบ

รัฐบาลยืนยันว่าได้ยืดหยุ่นและเพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้านมาโดยตลอด รวมถึงพยายามหาช่วงเวลาที่เหมาะสมและพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง จึงถือว่ารัฐบาลมีความชัดเจนแล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่ฝ่ายค้าน ซึ่งต้องย้อนกลับไปถามว่าต้องการเวลาอภิปรายกี่วันกันแน่

ขณะที่กรณีนายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ออกมาระบุว่าจะอภิปราย 4 วันและลงมติอีก 1 วันนั้น นายเอกภพมองว่าเป็นรูปแบบเดียวกับที่รัฐบาลเสนออยู่แล้ว จึงกลายเป็นเงื่อนไขที่ฝ่ายค้านกำหนดขึ้นมาจำกัดตัวเอง

นายเอกภพ ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจมาจากความไม่พร้อมของฝ่ายค้าน ทั้งในเรื่องการเตรียมข้อมูล การวางตัวบุคคล หรือปัญหาภายในพรรค โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งภายในพรรคที่มีประเด็นหนักในช่วงนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเตรียมการและการประสานงานภายใน จนทำให้เกิดปัญหาเรื่องความพร้อมหรือไม่ นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงข้อมูลที่ฝ่ายค้านเปิดเผยผ่านสื่อว่ามีข้อมูลเด็ดสำหรับการอภิปราย โดยมองว่าอาจไม่มีข้อมูลตามที่กล่าวอ้าง หรืออาจมีประเด็นที่รัฐมนตรีสามารถชี้แจงได้โดยง่าย เพราะหลายเรื่องเป็นประเด็นที่รัฐมนตรีสามารถตอบได้อยู่แล้ว สำหรับพรรคภูมิใจไทยอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีที่ถูกกล่าวหาตามที่มีการพูดถึง ดังนั้น หากเดินหน้าเปิดเผยข้อมูลอย่างจริงจัง ก็อาจส่งผลกระทบต่อพรรคการเมืองอื่นมากกว่าพรรคภูมิใจไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายค้านอาจกังวลว่าการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจะย้อนกลับไปกระทบตัวเองหรือไม่ รวมถึงอาจมีประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่นกรณีของพรรคสีส้มที่จังหวัดตาก คดีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หรือกรณีที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเพิ่งมีการจับกุมที่ อ.หาดใหญ่ รวมถึงกรณี 888 โดยมองว่ามีหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองต่าง ๆ

“พรรคภูมิใจไทยอาจจะไม่เกี่ยวข้องเลยตามที่กล่าวหาดังนั้นถ้าเดินหน้าเปิดเผยข้อมูลซึ่งอาจจะสะเทือนพรรคการเมืองอื่นมากกว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทยด้วยซ้ำไปเขาก็เลยกลัวเรื่องนี้เข้าตัวหรือเปล่ารวมถึงเรื่องอื่นๆด้วย” นายเอกภพกล่าวทิ้งท้าย

Advertisement

แชร์
“เอกภพ” ซัดฝ่ายค้านงอแงปมกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี