
(22 ต.ค. 2569) ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เตรียมฟ้องกรณีบิดเบือนผู้เผยแพร่ข่าวประชุมประธานคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ว่า ถ้าคิดว่าฟ้องแล้วเข้าก็เชิญเลย แต่ฟ้องคนที่วิพากษ์วิจารณ์ก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องการฟ้องสื่อไม่ควร ไม่ควรตั้งบรรทัดฐานว่าการนำเสนอของสื่อ จะเข้าข่ายหรือไม่ก็ตาม ไม่ควรถูกฟ้องร้อง ไม่เช่นนั้นจะเป็นการตั้งมาตรฐานหรือส่งสัญญาณบอกสื่อว่าต่อไปนี้ ข่าวอะไรที่ติดลบกับรัฐบาล ห้ามนำเสนอแบบนั้นหรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าการสร้างสังคมที่สื่ออาจจะมีความหวาดกลัวหรือต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง คนเป็นนักการเมือง ถ้าจะมีความตระหนักรู้สักนิดหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องเสรีภาพสื่อ ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะตั้งมาตรฐานแบบนี้ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่สื่อเริ่มมีความหวาดกลัวและเซ็นเซอร์ตัวเอง คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือประชาชน ถ้าสื่อไม่นำเสนออย่างตรงไปตรงมา ก็จะกระทบกับการรับรู้ของประชาชน เพราะตัวกลางระหว่างงานการเมืองหรือเรื่องต่างๆ ในประเทศนี้คือสื่อ ว่าจะนำเสนออย่างไร ดังนั้น ตนคิดว่าถ้าฟ้องนักการเมืองด้วยกัน ถ้าท่านคิดว่าท่านทำถูก ท่านก็ทำไปเถอะ แต่การฟ้องสื่อ ตนยืนยันว่าไม่ควรจริงๆ
เมื่อถามว่าถ้ามีการออกรายการคู่กัน ยินดีหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนยินดี เพราะคิดว่านายศุภชัยพูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยอาศัยว่าประชาชนบางส่วนอาจจะไม่ได้ติดตาม ถ้าเป็นคนที่ไม่ใช่คอการเมืองจริงๆ ไม่มีทางที่จะเข้าใจทุกกระบวนการอยู่แล้ว ตนคิดว่านายศุภชัย อาจอาศัยช่องโหว่ตรงนี้ พูดบางอย่างที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และทำให้ประชาชนไม่เข้าใจองค์รวม ให้ดีเบตกันไปเลย จะได้รู้ว่าสิ่งที่นายศุภชัยทำถูกแล้วหรือไม่ และการประพฤติตนแบบนี้ ที่มีความพยายามจำกัดอำนาจการทำงานของกรรมาธิการ พอมีคนมาวิพากษ์วิจารณ์ก็ไปฟ้อง
"มันก็ตลกดี เหมือนกับคนมีอำนาจ พอทำตัวไม่ดี พอมีคนวิพากษ์วิจารณ์ก็ใช้อำนาจนั้น จัดการกับคนที่ตัวเล็กกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นนักการเมือง ดิฉันคิดว่าไม่ควรมีพฤติกรรมแบบนี้" น.ส.รักชนก กล่าว
ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า ได้มีการพูดคุยกับประธานกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคประชาชนหรือไม่ น.ส.รักชนก พยักหน้าแต่ไม่ตอบ
Advertisement