Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เฮ! ครม. อนุมัติงบกลาง  10,500 ล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม

เฮ! ครม. อนุมัติงบกลาง 10,500 ล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม

20 ต.ค. 69
15:30 น.
แชร์

เฮ! ครม. อนุมัติงบกลาง 10,500 ล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม โฆษกรัฐบาล ฟาด สส.กทม. บิดเบือน "เงินเยียวยาหมด" ทำประชาชนตระหนก แห่ต่อคิว

​

นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตัวแทนวิปรัฐบาล​ แจ้งประธานสภาผู้แทนราษฎรว่ารัฐมนตรีสะดวกที่จะเข้ารับฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และชี้แจงในวันที่ 27 -​ 29 ตุลาคมนี้

นอกจากนี้คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติงบกลาง ปี 2570 จำนวน 10,508 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีให้ความสนใจต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์​ ให้ความเห็นอย่างหลากหลาย และสิ่งที่เห็นในสื่อโซเชียล และการนำเสนอข่าวในช่วงที่ผ่านมา มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงอยู่หลายเรื่อง ขอชี้แจงว่าในระบบการจัดการเยียวยา เมื่อเกิดภัยพิบัติแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล หรือกทม.​ ร่วมกับท้องที่คือกำนันผู้ใหญ่บ้าน หรือสำนักงานเขต จะต้องไปสำรวจความเสียหาย สำรวจผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน ขึ้นทะเบียนผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือผู้ประสบอุทกภัย แล้วนำข้อมูลมาเสนอยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือปภ. ที่จะรวบรวมรายชื่อเสนอของงบฯ​ ซึ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมา หรือก่อนหน้านั้นกว่าจะได้เงินเยียวยาต้องใช้เวลาอย่างน้อยเร็วสุดเป็นเดือน อย่างช้า 2-3 เดือน

แต่รอบนี้ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายน ขณะที่ 30 กันยายนเป็นวันสิ้นปีงบประมาณ มีเหลือเงินจ่ายงบกลางอยู่ 4,700 กว่าล้านบาท ครมเห็นชอบให้นำเงินก้อนนี้มาเตรียมการไว้สำหรับเยียวยาตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ให้เยียวยาและดำเนินการโดยเร็วที่สุด จึงมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 29 กันยายน 2569 ให้นำเงินเหลือจากงบกลางปี 2569 ตั้งไว้สำหรับเยียวยา เบื้องต้น ถ้าเงินก้อนนี้ไม่ถูกต้องไว้ จะถูกนำส่งคืนคลังตามระบบงบประมาณ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลเตรียมการ และเมื่อมีการสำรวจ ข้อมูลผู้ประสบภัยและยื่นคำขอ ปภ.จึงได้ดำเนินการเร่งรัดจ่าย ซึ่งมีการสั่งจ่ายไปแล้วกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเรื่องส่งมาจากจังหวัด มาถึงปภ. ใช้เวลาในการตรวจสอบไม่เกิน 1 วัน โดยตรวจสอบแค่บัตรประชาชนถูกต้อง ไม่ใช่เอาชื่อผู้เสียชีวิตมาเบิก​ ไม่ให้มีการเบิกจ่ายซ้ำซ้อน แล้วข้อมูลจะถูกส่งไปยังธนาคารออมสิน จากเดิมใช้เวลา 3 วันแต่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ลดระยะเวลาลง เหลือ 1 วัน ดังนั้น จากปภ.มาถึงธนาคารใช้เวลาเพียง 2 วัน ก็จะได้รับเงิน ดังนั้นประชาชนจึงได้รับเงินเยียวยาเร็วที่สุด แต่กลับถูกบิดเบือนว่าเงินหมดแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องโกหก บิดเบือนไม่จริงทำให้ประชาชนไม่สบายใจ ปัญหาคือไปต่อแถวเพราะกลัวไม่ได้เงิน

เมื่อมีคำขอเข้ามาและประชาชนยังไม่ได้รับเงินเยียวยา​อีกกว่า​ 1 ล้านครัวเรือน​ ครม.จึงมีมติ อนุมัติงบฯกลางปี 70​ แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าเงินหมด​ อย่างนี้คือการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปแบบ​ ปัญหาที่เกิดขึ้นที่มีการบิดเบือน ว่าการลงข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน​ทางรัฐทำให้ช้าไม่ได้เงินหรือไม่​ เป็นข้อมูลที่ผิด ทางรัฐเป็นช่องทางที่ประชาชนลงทะเบียนและข้อมูลทุกอย่าง จะอยู่ในระบบ สีเขียวคือคนที่เคยอยู่ในพื้นที่ประสบภัยมาแล้วและประสบภัยซ้ำ​ และ อาจจะเป็นคนที่ติดเงื่อนไขต่างๆที่รัฐกำหนดไว้ แต่รายชื่อทั้งหมดจะอยู่ในระบบท้องถิ่นหรือเทศบาล​ อบต.​ หรือกทม.​ จะเห็นข้อมูล ซึ่งท้องถิ่นทั่วประเทศจะต้องไปตรวจสอบ ว่าจะอนุมัติจ่ายหรือไม่ รายชื่อเหล่านั้นหากถูกอนุมัติจัดส่งไปยังปภ. สั่งจ่ายได้ภายใน 2 วัน ทำไม

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ ยังระบุอีกว่า ความสำคัญว่าอยู่ตรงที่ว่า ทำไมต่างจังหวัดทั่วประเทศทำได้ กำนัน​ ผู้ใหญ่บ้าน ที่อยู่ในพื้นที่ทำไมเขา ตรงไหนท่วมหรือไม่ท่วม ทำไมกทม.ไม่รู้​ทำไม​ สมาชิกเทศบาล หรือสํท.​ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ​ สอบต.​ และสส.ต่างจังหวัด ถึงรู้เรื่อง แต่ทำไมสก หรือสส.ในกทม.ไม่รู้เรื่อง​ ตรงนี้เป็นจุดที่ต้องสอบถามหรือไม่ ทำไมต่างจังหวัดจึงได้รับการดูแลดีกว่ากทม.​ ไม่ใช่ว่าใช้ระบบไม่เหมือนกัน แต่เป็นการใช้ระบบเดียวกัน แต่คนที่ประสานงานให้ประชาชน เขาเข้าใจงาน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ในการขอเงินเยียวยาเงินทดลองราชการ เป็นเงินก้อนที่ใช้สำหรับซ่อมแซมบ้านเรือน กทมไม่ได้เปิด​ API เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน​ทางรัฐ​ ทางรัฐทำได้แค่เป็นทางเข้า​ตรวจสอบตัวบุคคล ซึ่งต้องไปถามทางกทม.ว่าเหตุใดจึงไม่เชื่อมโยงกัน ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าแอปพลิเคชัน​ทางรัฐมีปัญหาแต่ระบบหรือคนที่อยู่หน้างาน​มีปัญหา​ ทำไมต่างจังหวัดถึงให้คนไปหาชาวบ้านในลงพื้นที่น้ำท่วมได้​ แต่กทม.และคนที่ทำงานเพื่อประชาชน​ ถึงลงไปหาและสำรวจไม่ได้ ตรงนี้เป็นจุดแตกต่างที่ทำให้กทม แม้จะได้รับความช่วยเหลือ ที่อาจจะติดขัดแต่กทม.​ มีข้อมูลว่า ได้รับความช่วยเหลือเยียวยามากที่สุด เมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น เมื่อข้อมูลทุกอย่างถึงธนาคารถือว่าตรวจสอบแล้ว แต่สุดท้ายข้อมูลจากคำของบประมาณ งบกลาง เห็นว่ากทม. ขอมาทั้งสิ้นไม่มีการคัดกรอง 1 ล้านกว่าหลังคาเรือนทั้งที่มีการ​ ที่ขณะที่มีการจ่ายไปแล้วกว่า 3 แสนหลังคาเรือน​ รวมทั้งหมด 1,300,000 ครัวเรือน สิ่งที่ต้องทำ กทมและผู้ที่ทำงานเพื่อประชาชน ต้องทำงานเพื่อชาวกทมช่วยกันตรวจสอบค้นหาดำเนินการ​ คนที่ได้จริงต้องได้​ ไม่ใช่หน้าที่ปภ.หรือธนาคารต้องไปตรวจสอบ​ แต่เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ของท้องถิ่น​ เทศบาล​ กทม.​ และอบต.​ ที่ต้องดำเนินการ​ ตรงนี้ไม่อยากให้ ผู้ที่มีสถานะเป็นตัวแทนของประชาชน​(สส.)​ออกมาให้ข้อมูลบิดเบือน และสร้าง ความตระหนกให้กับชาวกทม ต้องไปต่อคิวต่อแถว ต้องไปรอการเยียวยาวก็จะได้หรือไม่ ตรงเป็นการดำเนินการที่ไม่สมกลับไปถึงตัวแทน​ พี่น้องประชาชน ในส่วนนี้รัฐบาลยังดำเนินการให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยา และฟื้นฟูอย่างเร็วที่สุด

Advertisement

แชร์
เฮ! ครม. อนุมัติงบกลาง  10,500 ล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม