
วันที่ 20 ต.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ โดยมีวาระสำคัญที่ต้องจับตา ทั้งการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ตลอดจนความพร้อมของรัฐบาลในการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
สำหรับวาระสำคัญ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมเสนอขออนุมัติงบกลางกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อใช้เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย โดยก่อนหน้านี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดี ปภ. เปิดเผยว่า จะเสนอขอวงเงิน 10,508.876 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนจำนวน 1,481,401 ครัวเรือน
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 ส่วนคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะเสนอมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และส่งเสริมการผลิต ปี 2569/70 เพื่อรองรับผลผลิตที่กำลังทยอยออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ป้องกันปัญหาราคาตกต่ำจากภาวะผลผลิตล้นตลาด
นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังเสนอขอผ่อนผันการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ เพื่อดำเนินโครงการขยายเขตระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่บ้านผาผึ้ง หมู่ที่ 6 และบ้านศรีคีรีรักษ์ หมู่ที่ 11 ตำบลเชียงทอง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก
ด้านกระทรวงการต่างประเทศ เตรียมเสนอเรื่องการลงนามความตกลงระหว่างไทยกับโปรตุเกส ว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการหรือหนังสือเดินทางพิเศษ รวมถึงความตกลงระหว่างไทยกับสเปน ว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางราชการ พร้อมเสนอเอกสารผลลัพธ์การประชุมความร่วมมือระดับทวิภาคีระหว่างไทยกับมาเลเซีย ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ
ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเสนอร่างความตกลงจัดตั้งสำนักงานการท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ขณะที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสนอขยายระยะเวลาบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการต่ออายุโครงการ Country Programme ระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD
ขณะที่กระทรวงคมนาคมเสนอการออกกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ส่วนกระทรวงการคลังเสนอรายงานประจำปี 2568 ของกองทุนการออมแห่งชาติ และรายงานผลการดำเนินงานของระบบประกันภัยและพัฒนาการที่สำคัญในรอบ 12 เดือน ปี 2567 และปี 2568
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาความเป็นไปได้ในการเสนอมาตรการด้านภาษีหรือธุรกรรมทางการเงิน เพื่อบรรเทาภาระและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมถึงวาระจากสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี
อีกประเด็นทางการเมืองที่ต้องติดตาม คือ ครม.อาจมีมติแจ้งต่อสภาผู้แทนราษฎรถึงความพร้อมของรัฐบาล กรณีการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของรัฐบาลอนุทิน ทั้งในด้านการชี้แจงข้อกล่าวหาและการรักษาความเชื่อมั่นทางการเมือง
Advertisement