
วันที่ 16 ต.ค.2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) สั่งการชุดเฉพาะกิจควบคุมมลพิษ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) บูรณาการร่วมกับจังหวัดระยองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกรณีต้องสงสัยลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และนำมาเก็บไว้ภายในโกดังของบริษัท ระยอง อินดัสเทรียล จำกัด หมู่ที่ 1 ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง หลังติดตามพบข้อมูลเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ย้ำให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทุกราย
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ชุดเฉพาะกิจควบคุมมลพิษเข้าตรวจสอบโกดังทั้ง 15 อาคาร พบเป็นโรงงานประเภทที่ 105 และ 106 จำนวน 6 อาคาร ส่วนอีก 9 อาคารไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน โดยในโกดัง 5 อาคาร พบเครื่องจักรบดย่อยและคัดแยกวัสดุ พร้อมกองเศษสายไฟ เศษทองแดง และเศษอะลูมิเนียมปะปนกัน ทั้งที่วางบนพื้นคอนกรีตและบรรจุในกล่องกระดาษและถุงบิ๊กแบ็ก ปริมาณรวมไม่น้อยกว่า 3,000 ลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างวัสดุ 14 ตัวอย่าง ตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่อง X-ray Fluorescence (XRF) แบบพกพา เบื้องต้นพบว่าเข้าข่ายวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามบัญชี 5.2 ของเสียเคมีวัตถุ (Chemical Wastes) ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำที่ระบายออกสู่สิ่งแวดล้อมไปตรวจสอบเพิ่มเติม ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองได้อายัดวัสดุและสิ่งของภายในโกดังทั้ง 5 อาคารไว้ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
ล่าสุด วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ชุดเฉพาะกิจควบคุมมลพิษ นำโดย พล.ต.ท.อิทธิพร โพธิ์ทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ที่ปรึกษา รมว.ทส. และ ดร.จำลอง ช่วยรอด รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ที่ปรึกษา รมว.ทส. พร้อมเจ้าหน้าที่ คพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดระยองเข้าตรวจสอบโกดังที่เหลืออีก 10 อาคาร พบเครื่องจักรบดย่อย คัดแยก สกัดและหลอมโลหะ รวมถึงเศษชิ้นส่วนโลหะ อุปกรณ์ไฟฟ้า และขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านการบดย่อย ปริมาณไม่น้อยกว่า 2,500 ตัน เจ้าหน้าที่ คพ. เก็บตัวอย่างวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว 14 ตัวอย่าง ตะกอนดิน 1 ตัวอย่าง และน้ำ 1 ตัวอย่าง เพื่อนำไปตรวจสอบเพิ่มเติม และประสานสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองร้องทุกข์กล่าวโทษต่อสถานีตำรวจภูธรนิคมพัฒนา ในข้อหาตั้งและประกอบกิจการโรงงาน รวมถึงครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมยึดอายัดวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและเครื่องจักรทั้งหมดไว้เป็นพยานหลักฐาน
นายสุชาติ กล่าวย้ำว่า จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด หากพบว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ จะส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขยายผลสืบสวนถึงต้นตอและผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าและจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน
Advertisement