
วันที่ 12 ต.ค. 69 พล.อ.อ. เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ แถลงเจตนารมณ์ผู้บัญชาการทหารอากาศ ประจำปี 2570–2571 ที่โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยย้ำทิศทางการพัฒนากองทัพอากาศ มุ่งเสริมสร้างกำลังทางอากาศให้มีความแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ เน้นคุณภาพของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทั้งในห้วงอากาศและอวกาศ
ผบ.ทอ. ระบุว่า บทเรียนจากภารกิจป้องกันประเทศระหว่างวันที่ 8–27 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ต้องทบทวนภัยคุกคามและจัดลำดับความสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถทางทหารให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างประเทศและการแข่งขันทางทหารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ภัยคุกคามในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการใช้อาวุธหรือกำลังทหารแบบดั้งเดิม แต่ครอบคลุมถึงสงครามไซเบอร์ การปฏิบัติการทางข้อมูล การรบกวนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และการใช้โดรนหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่โดรนราคาต่ำ ไปจนถึงระบบอัตโนมัติที่มีความซับซ้อน ทำให้การเตรียมพร้อมรับมือจำเป็นต้องพัฒนาขีดความสามารถให้ครอบคลุมทุกมิติ
สำหรับโครงการสำคัญในช่วงปี 2569–2571 กองทัพอากาศเตรียมผลักดันการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน การจัดหาระบบอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์
รวมถึงระบบอาวุธนำวิถีที่มีความแม่นยำสูงและอาวุธโจมตีเป้าหมายระยะไกล เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติการทางอากาศและสร้างอำนาจยับยั้งภัยคุกคาม
ขณะเดียวกัน จะเร่งพัฒนาระบบบัญชาการและควบคุมทางอากาศ ระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า และระบบป้องกันภัยทางอากาศ ให้สามารถตรวจจับและตอบโต้ภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถด้านไซเบอร์ อวกาศ และการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ รวมถึงพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเหล่าทัพ เพื่อให้การปฏิบัติการร่วมมีความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
ผบ.ทอ. ยังย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนากำลังพล โดยต้องฝึกฝนอย่างเข้มข้นตั้งแต่ยามปกติ ทั้งระดับผู้บังคับบัญชาและผู้ปฏิบัติ ซึ่งกองทัพอากาศไม่ได้ปฏิเสธ ความสำคัญของ เทคโนโลยี AI แต่ต้องคงบทบาทของมนุษย์ในการตัดสินใจเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและชีวิตประชาชน
ผบ.ทอ. ย้ำว่า กองทัพอากาศต้องใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการดำรงความพร้อมรบอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อประเทศเผชิญภัยจากสงคราม จะไม่มีโอกาสให้ลองผิดลองถูก
ทิศทางกองทัพอากาศที่กำลังจะครบ 100 ปี ในอีก 10 ปีข้างหน้าว่า จะต้องมีขนาดเล็กลง โดยคงกองบินรบหลักเพียงแค่ 3 กองบิน ส่วนที่เหลือเป็นกองบินปฏิบัติภารกิจพิเศษ ลำเลียง รวมทั้งอากาศยานไร้คนขับ และฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ขีดความสามารถสูง พร้อมทั้งมีอาวุธปล่อยนำวิถีที่ทันสมัย มีอำนาจในการป้องปราม และต่อต้านที่ดี ทำให้ชาติที่คิดจะรุกรานเกรงกลัว ซึ่งการพัฒนากองทัพยุคใหม่ ไม่ใช่การมียุทโธปกรณ์ราคาแพง และเทคโนโลยีซับซ้อนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีอาวุธเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน ราคาถูกลงและมีปริมาณมากไว้ใช้งานด้วย เช่น โดรน
พร้อมย้ำว่า เครื่องบินรบยังคงเป็นสิ่งจำเป็น ถือเป็นกระดูกสันหลังหลักของกองทัพอากาศ และไม่ว่าจะเครื่องบินกริพเพน หรือ F-16 ต้องประสานการทำงานร่วมกันได้ พูดภาษาเดียวกันพร้อมยืนยันว่า กระแสข่าวจัดหาเครื่องบิน F-16 ล็อตใหม่มาประจำการที่กองบิน 1 ไม่เป็นความจริง และย้ำว่าแผนงานทุกอย่างการพิจารณาของฝ่ายเสนาธิการอย่างรอบคอบ และ ขอให้เชื่อมั่นการดำเนินการของกองทัพอากาศ
Advertisement