
วันนี้ (12 ต.ค. 2569) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้วหลายส่วน ครอบคลุมทั้งประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจ ตั้งแต่ช่วงเกิดภัย การเยียวยาความเสียหาย ไปจนถึงการฟื้นอาชีพและธุรกิจหลังน้ำลด
สำหรับผู้ประสบภัยจากเหตุที่เกิดก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2569 รัฐบาลมีทั้งเงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) และการช่วยเหลือตามระเบียบเงินทดรองราชการ โดยผู้เข้าเกณฑ์ได้รับเงินช่วยเหลือค่าดำรงชีพครัวเรือนละ 9,000 บาท รวมถึงความช่วยเหลือกรณีบ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
นายเอกภพ กล่าวว่า ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ร่วมกับธนาคารออมสินเดินหน้าโอนเงินเยียวยาอย่างต่อเนื่องแม้ในวันหยุด โดย ณ วันที่ 11 ต.ค. มีการโอนเงินให้ผู้ประสบภัยแล้วกว่า 75,000 ครัวเรือน ครอบคลุม 31 จังหวัด วงเงินรวมกว่า 650 ล้านบาท และยังทยอยโอนต่อเนื่องตามรายชื่อที่จังหวัดตรวจสอบและส่งเข้าสู่ระบบ
ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะการขอรับเงินเยียวยาแบบเรียลไทม์ได้ผ่านแอปพลิเคชัน ทางรัฐ หรือเว็บไซต์ relief.disaster.go.th เพื่อดูความคืบหน้าตั้งแต่การรับเรื่อง การตรวจสอบสิทธิ จนถึงสถานะการโอนเงิน
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของภัยที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป รัฐบาลเริ่มใช้ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ครอบคลุมอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว สำหรับที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือน โดยกรณีน้ำท่วมมีวงเงินคุ้มครองบ้านสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อครั้ง และกรณีเสียชีวิตคุ้มครอง 2 ล้านบาทต่อคน ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
อย่างไรก็ตาม นอกจากเงินเยียวยาโดยตรง กระทรวงการคลังยังประสานสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐออกมาตรการช่วยทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ ครอบคลุมการพักชำระหนี้ สินเชื่อฉุกเฉิน เงินทุนซ่อมบ้าน ซ่อมเครื่องมือทำกิน เติมสภาพคล่อง และสินเชื่อฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบกลับมาตั้งหลักได้เร็วที่สุด
ส่วนเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย ทั้งพืช ปศุสัตว์ และประมง มีมาตรการเยียวยาตามประเภทความเสียหาย ขณะที่ผู้ค้ารายย่อยและ SMEs มีช่องทางเข้าถึงมาตรการทางการเงินของธนาคารรัฐ เพื่อประคองกิจการและฟื้นรายได้หลังสถานการณ์คลี่คลาย
นายเอกภพ กล่าวว่า ภายหลังจากประกาศมาตรการสำหรับประชาชนแต่ละกลุ่มไปแล้ว สิ่งที่รัฐบาลเร่งรัดคือการทำให้เงินช่วยเหลือไปถึงมือประชาชนโดยเร็ว ซึ่งโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย ตรวจสอบรายชื่อ และแก้ปัญหาคอขวดในขั้นตอนจ่ายเงินโดยเร็ว
“รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือครอบคลุมตั้งแต่ชีวิตความเป็นอยู่ บ้านเรือน อาชีพ เกษตรกร ไปจนถึงธุรกิจ สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือเร่งให้ทุกมาตรการถึงมือผู้เดือดร้อนเร็วที่สุด เพราะหลังน้ำลด ประชาชนต้องกลับมามีบ้าน มีงาน มีทุน และมีรายได้อีกครั้ง” นายเอกภพกล่าว
Advertisement