
วันที่ 9 ต.ค. 69 นาย ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 โดยมีชื่อติด 1 ใน 18 รัฐมนตรีว่า ตนมองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจข้อกล่าวหาถือเป็นเรื่องปกติ แต่ข้อกล่าวหาควรจะมีอะไรบ้างที่เราพอจะสามารถชี้แจงได้ ว่าเป็นเรื่องใดประเด็นใด แต่หากเป็นข้อกล่าวหาลอยๆ ก็ไม่รู้จะตอบอะไร อย่างตนยังคิดว่าจะเอาอะไรไปตอบ เพราะเมื่ออ่านจากข้อกล่าวหาของตนแล้วก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปต่อเหมือนกัน
ทั้งนี้ตามระบอบประชาธิปไตย เราว่ากันด้วยเหตุผลที่ควรจะชัดเจนกว่านี้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการกล่าวหาลอยๆ และเวลาชี้แจงหรืออภิปราย ตนมองว่าชาวบ้านจะไม่ได้อะไร แต่สิ่งที่เราต้องการจากระบอบประชาธิปไตย คือเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์หรือการกล่าวหาซึ่งนี่คือความรู้สึกของตน เพราะเวลาดูการประชุมสภาของสิงคโปร์หรือออสเตรเลีย ก็ไม่เห็นว่าเขาจะเลื่อนลอยขนาดนี้
เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายค้านกล่าวหามีพฤติกรรมผลประโยชน์ทับซ้อนเอื้อประโยชน์พวกพ้อง นายปกรณ์ ย้ำว่า เขาต้องอธิบายว่าผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร เอื้อพวกพ้องอย่างไร หากมาลอยๆเช่นนี้ตนก็สามารถพูดได้ถ้าผู้กล่าวหา เอื้อพวกพ้องพูดลอยๆ ได้หรือไม่แล้วจะตอบกันอย่างไร เช่นการใช้อำนาจบางอย่างกล่าวให้ใครไปชี้แจงเป็นการทำลายตนและเอื้อพวกพ้องจะพูดลอยๆอย่างนี้ได้หรือไม่ มันก็ไม่ถูก
เมื่อถามว่า การที่มาดูงานด้านกฎหมาย อาจเอื้อช่องกฎหมายให้พรรคภูมิใจไทย นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนมีหน้าที่ไม่ให้รัฐบาลทำอะไรผิดกฎหมาย และนายกรัฐมนตรี ก็ย้ำกับตนอย่างงี้มาตั้งแต่ ฉะนั้นอะไรที่ผิดกฎหมายตนก็จะบอกกับเขาว่าไม่ทำหรือทำไม่ได้ อย่างนี้ตนเป็นนั่งร้านให้รัฐบาลหรือเป็นนั่งร้านให้ประเทศ
เมื่อถามย้ำว่า ตกลงแล้วเป็นนั่งร้านให้ใคร นายปกรณ์ กล่าวว่า หากบอกว่าตนเป็นนั่งร้าน ตนเป็นนั่งร้านให้ประเทศ เมื่อมีใครทำผิดนายกรัฐมนตรีก็ส่งตนไปดู แล้วจะบอกว่าตนรู้จักคนนั้นคนนี้ซึ่งก็รู้จักหมดทุกคน แต่การกล่าวหาใครในเรื่องทั้งทางแพ่งและอาญา ทางวินัยทางปกครองก็ควรต้องมีหลักฐาน เพราะถ้ามีหลักฐานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปว่ากันมา และค่อยไปไล่ตามสอบกัน อย่างกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น เราก็ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ป.ป.ป หรือกระทรวงมหาดไทย ซึ่งก็มีการไล่ตามกันทุกเดือนว่ามีความคืบหน้าไปอย่างไร
นายปกรณ์ ยังยืนยันว่า ตนไม่ได้อยู่พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค แต่พรรคภูมิใจไทยคือนายอนุทินชาญกูล นายกรัฐมนตรีที่เชิญตนก็มา ซึ่งตนก็ต้องทำงานของตน ก่อนย้ำว่าตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค แต่หากทางพรรคภูมิใจไทย เชิญไปให้ความรู้หรือสอบถามเรื่องประเด็นปัญหาก็ต้องอธิบายให้เขาฟัง แต่ก็ไม่ได้ไปบ่อย
ก่อนยืนยันว่า ไม่ได้เป็นกังวลแต่อย่างใดที่มีรายชื่อเป็น 1 ใน 18 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังคงกินอิ่มนอนหลับสบาย เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด และตนบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าเมื่อไหร่ภารกิจจบตนก็จะไปเอง
Advertisement