
(8 ต.ค. 2569) พรรคประชาธิปัตย์ จัดงาน "กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า" ในโอกาสครบรอบ 80 ปีพรรค ซึ่งเป็นพรรคที่มีตำนานประวัติศาสตร์ความเป็นมา และเป็นพรรคการเมืองเดียวที่มีอายุยาวนานมากที่สุดในประเทศไทย โดยลักษณะงานเป็นแกรนด์รียูเนี่ยนหรือการกลับมาพบกันของคนที่เคยอยู่บ้านเดียวกัน โดยภายในงานมีอดีตแกนนำพรรค อดีต สส. มาร่วมงานดังกล่าว เช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยก้าวใหม่, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, นายพิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรค, นายชุมพล จุลใส, นายถาวร เสนเนียม, นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ, นายสาวิตต์ โพธิวิหค, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา, คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์
นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม สส.จากพรรคภูมิใจไทย เช่น นายยุพราช บัวอินทร์ สส.พรรคภูมิใจไทย ซึ่งออกมาปฏิเสธกระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทยสั่งห้ามไม่ให้ร่วมงานนี้ โดยยืนยันว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โทรชวนให้มาร่วมงาน ดังนั้น อดีต สส. ของพรรค ก็จะทยอยมาร่วมงาน
ซึ่งภายในงานมีการจัดนิทรรศการแต่ละช่วงของการเมือง รวมไปถึงให้เขียนข้อความ โดยนายอภิสิทธิ์ได้เขียนข้อความระบุว่า "เคียงข้างประชาชน เคียงข้างประชาธิปไตย ในวัย 100" ขณะที่นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค เขียนข้อความว่า " การเมืองสุจริต"
ขณะที่ นายชวน กล่าวทักทายว่า 80 ปีเป็นเวลาที่ยาวนาน วันนี้วันที่ 8 ตุลาคม ไม่ได้เจตนาจะพูดส่วนตัวแต่เมื่อ 50 ปีที่แล้ววันนี้ 8 ตุลาคม ตนร่อนเร่อยู่บ้านโน้นทีบ้านนี้ทีเป็นช่วงที่อยู่ในภาวะลำบาก คนที่อยู่เดิมก็กระจัดกระจายย้ายไปอยู่พรรคใหม่ อุดมการณ์ของพรรคพิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่ได้ด้วยความจริง พรรคนี้บริหารงานและดำเนินงานการเมืองมาอย่างไร ทุกอย่างไม่ได้เปลี่ยนแปลงในอุดมการณ์แต่บ้านเมืองเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน ดังนั้นอย่าไปแปลกใจอะไร ที่เป็นรัฐบาลบ้าง เป็นฝ่ายค้านบ้าง พรรคการเมืองที่แท้จริง จะต้องพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านและเป็นรัฐบาล เพราะถ้าเป็นฝ่ายค้านก็ไม่ใช่ของง่าย ถ้าเราไม่สุจริตแล้ว เราจะไปตรวจทุจริตคนอื่นได้อย่างไร ไปอภิปรายเขาเขาก็ย้อนกลับเรามา เพราะฉะนั้นขอเรียนด้วยความเคารพว่านี่คือจุดแข็งที่พรรคที่สะสมมาตลอด 80 ปี นี่คือสิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดคือตนเชื่อเรื่องสุจริต ต่อให้ชนะแค่ 1 คะแนนแต่ถ้าได้มาด้วยการโกง 1 คะแนน ตนไม่เอา พร้อมกับระบุว่าเรายึดมั่น ใครเป็นที่หนึ่งได้เป็นรัฐบาล ได้เป็นนายกฯ เพราะในขณะที่เราแพ้พรรคความหวังใหม่ ต่อให้รวมเสียงแล้วเราจะมีมากกว่า แต่พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ก็ต้องได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนย้ำว่า สิ่งที่ตนเล่ามาอาจจะไม่สำคัญสำหรับบางคน แต่สำหรับพวกเราคิดว่า เราไม่พูดอะไรง่ายๆแล้วไม่รับผิดชอบ ตนขออนุญาตต้อนรับ พี่น้องทุกคน เราเหมือนบ้านเดิมที่แยกย้ายกันไปอยู่บ้านใหม่บ้าง อยู่ที่เดิมบ้าง แต่ความที่เป็นลูกบ้านเดียวกัน ก็คงไม่เปลี่ยนแปลงอะไร
Advertisement