
เมื่อเวลา 17:00 น. (7 ต.ค. 2569) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นางนางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายวีระวัฒน์ ผสมทรัพย์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ กรมชลประทาน พร้อมเจ้าหน้าที่กรมชลประทานและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจ สถานการณ์การระบายน้ำและ การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ชนิดเครื่องไฮโดรโฟ จำนวน 4 เครื่อง ซึ่งมีความแตกต่างจากเครื่องสูบน้ำของประตูระบายน้ำ ที่บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองรังสิต ก่อนผลักดันน้ำออกแม่น้ำ เจ้าพระยา เพื่อเป็นการเร่งลดระดับน้ำ ในพื้นที่ย่านรังสิต คลองหลวง และลำลูกกา จ.ปทุมธานี ก่อนเตรียมการวางแผนการระบายน้ำจากพื้นที่ จ.นครนายก ผ่านคลองรังสิต ประยูรศักดิ์ เพื่อผลักดันน้ำจากนครนายกไปออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา โดยผ่านจังหวัดปทุมธานี ซึ่งจะเร่งเพิ่มกำลังสูบน้ำคลองรังสิตจาก 84 เป็นเกือบ 100 ลบ.ม./วินาที พร้อมชะลอรับน้ำจากนครนายก จนกว่าน้ำรังสิตใต้จะลดระดับลง จากนั้นได้เดินทางไปมอบถุงยางชีพมาแจกจ่ายให้กับประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขัง ในย่านรังสิต บริเวณสะพานแดง ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ภายหลังหารือร่วมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 2 ราย ได้แก่ นางมนพร เจริญศรี และนายพงศกร จันทร์โอชา รวมถึงนายอรรถสิทธิ์ ตลอดจนผู้ว่าการกรมชลประทานและทีมสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อหาแนวทางเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่
นายภราดร กล่าวว่า จุดที่หารือกันเป็นประตูระบายน้ำตัวสุดท้ายของคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ซึ่งปัจจุบันมีศักยภาพระบายน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำประมาณ 84 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ปริมาณน้ำจากพื้นที่รังสิตตอนบนยังมีมากกว่าศักยภาพการระบาย ทำให้มีน้ำตกค้างและรอการระบายอยู่ในพื้นที่ด้านบน
เบื้องต้น กรมชลประทานได้หารือกับผู้อำนวยการโครงการชลประทานรังสิตใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยนำเครื่องไฮโดรโฟลว์มาติดตั้งเพิ่มเติมอีก 4 เครื่อง ขณะนี้ติดตั้งแล้ว 2 เครื่อง และจะติดตั้งเพิ่มอีก 2 เครื่องภายในคืนนี้
เมื่อดำเนินการครบทั้ง 4 เครื่อง คาดว่าจะเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำได้อีกประมาณ 14 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากเดิม 84 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นเกือบ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรองรับน้ำจากพื้นที่รังสิตใต้ได้มากขึ้น
ส่วนปริมาณน้ำจากพื้นที่รังสิตเหนือ บริเวณตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลาดไทย และพื้นที่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จะพยายามให้พื้นที่รังสิตเหนือช่วยระบายน้ำออกทางด้านเหนือ พร้อมลดปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่คลองรังสิตให้ได้มากที่สุด โดยต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่รังสิตใต้
สำหรับแนวทางการรับน้ำจากจังหวัดนครนายก นายภราดรกล่าวว่า คลองรังสิตมีหน้าที่รองรับน้ำจากนครนายกด้วย แต่ขณะนี้ปริมาณน้ำในพื้นที่รังสิตยังอยู่ในระดับสูง หากรับน้ำจากนครนายกเข้ามาเพิ่มเติม อาจทำให้ไม่สามารถระบายน้ำในพื้นที่รังสิตได้ทัน และเพิ่มผลกระทบต่อประชาชน
ดังนั้น ภารกิจสำคัญในขณะนี้คือเร่งระบายน้ำในพื้นที่รังสิตใต้ให้ลดลงก่อน เมื่อสถานการณ์รังสิตใต้คลี่คลายและผลกระทบต่อประชาชนลดลงแล้ว จึงจะสามารถรับน้ำจากนครนายกเข้ามาช่วยระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้
นายภราดรระบุด้วยว่า พื้นที่ฝั่งตะวันออก ทั้งนครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ไม่สามารถระบายน้ำลงแม่น้ำบางปะกงได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากแม่น้ำบางปะกงมีปริมาณน้ำสูงแล้ว ดังนั้น แนวทางหนึ่งในการลดภาระน้ำฝั่งตะวันออกคือการระบายมายังฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำในพื้นที่รังสิตให้ได้ก่อน
ส่วนพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดปทุมธานีกับกรุงเทพมหานคร นายภราดร กล่าวว่า ปัจจุบันมีการระบายน้ำในแนวตั้งผ่านคลองบางสายอยู่แล้ว โดยเฉพาะบริเวณคลอง 13 ซึ่งมีการระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นนอก ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะดำเนินการโดยไม่ให้กระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน
Advertisement