
วันที่ 7 ต.ค. 69 นาย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พร้อมนาย สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และภาคีเครือข่าย แถลงข่าวเตรียมรวมพลยื่นหนังสือถึงนาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อทวงคืน "แก้มลิง" และ "ฟลัดเวย์" ที่ลานคนเมือง ในวันที่ 9 ต.ค. 69 เวลา 09.00 น.
นายปานเทพ เปิดเผยว่า การที่กรุงเทพฯ ยังมีน้ำท่วมอยู่ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาว่าการจัดการน้ำในปัจจุบันไม่มีประสิทธิภาพ การที่นายชัชชาติอ้างว่าระบบอุโมงค์ส่งน้ำดีกว่า "แก้มลิง" นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะตามพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2538 "แก้มลิง" ถือเป็นพื้นที่พักน้ำ เพื่อรอระบายลงสู่ทะเล ในยามน้ำทะเลหนุน ไม่ให้เปรอะไปทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นคนละหน้าที่กับคลองและระบบอุโมงค์
ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2565 สำนักการระบายน้ำ ก่อนที่นายชัชชาติจะมารับตำแหน่ง ยังได้ระบุให้มีการจัดพื้นที่หนอง บึง สระ แอ่ง น้ำ ที่มีระบบต่อเชื่อมกับระบบระบายน้ำสาธารณะ มาทำเป็น "แก้มลิง" โดยอ้างอิงตามพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ดังนั้นการที่นายชัชชาติอ้างว่ามีระบบอื่นมาแทนได้ จึงไม่ถูกต้อง เพราะปัจจุบันแม้จะมีคลองและอุโมงค์ แต่ก็ยังเกิดปัญหาน้ำท่วม "แก้มลิง" ถือเป็นหัวใจสำคัญในการกักเก็บน้ำ ไม่ให้ท่วมกรุงเทพฯ ระหว่างการรอระบาย
พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เป็นเส้นทางระบายน้ำจากเหนือลงใต้และออกสู่ทะเล หรือ "ฟลัดเวย์" เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำ จึงมีคลองจำนวนมาก เรียกว่าพื้นที่ "ทะแยงเขียวขาว" ถือเป็นพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมเป็นการเฉพาะ ไม่ได้เป็นพื้นที่ให้สร้างหมู่บ้านจัดสรร แต่กลายเป็นว่าปี 2569 นี้ กำลังมีการทำผังเมืองฉบับใหม่ ครั้งที่ 4 และอยู่ระหว่างรับฟังความเห็นของประชาชน กลายเป็นว่าพื้นที่ "เขียวขาว" ฝั่งตะวันออก เหลือเพียงนิดเดียว และเปลี่ยนเป็นพื้นที่อยู่อาศัยซึ่งขวางทางน้ำ ส่วนฝั่งตะวันตกหายไปทั้งหมด การจะอ้างว่าสามารถลดพื้นที่ "เขียวขาว" หรือ "ฟลัดเวย์" ได้ เพราะมีโครงการจะสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ เครื่องสูบน้ำ หรือการขยายคลองต่างๆ ถือเป็นโครงการในอนาคต ซึ่งมีความไม่แน่นอน จะจัดสรรงบประมาณได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้ จะก่อสร้างได้จริงหรือไม่ หากประกาศใช้ผังเมืองฉบับนี้ก่อน และปล่อยให้มีการขายที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวทำเป็นหมู่บ้านจัดสรร ประชาชนต้องรับผลกระทบน้ำท่วมไปอีกกี่ปี
อีกทั้งผังเมืองระดับจังหวัดควรต้องมีความสอดคล้องกับผังเมืองระดับประเทศด้วย แต่ผังเมืองระดับประเทศยังไม่ออก จึงควรให้ใช้ผังเมืองเก่าไปก่อน ส่วนผังเมืองฉบับใหม่นี้ควรให้ยกเลิก เพราะถือเป็นอันตรายต่อประชาชน
นอกจากนี้พื้นที่ว่างบริเวณคลองคู้บอน และคลองบางชัน ที่แต่เดิมเคยจะเวรคืนและทำเป็น "แก้มลิง" แต่ปัจจุบันอ้างว่าทำไม่ได้แล้ว เพราะค่าเวรคืนที่ดินสูงถึงกว่าหมื่นล้านบาท ตนเองก็อยากจะบอกว่าหากเวรคืนตั้งแต่แรก ค่าเวรคืนไม่ถึง 300 ล้านบาทเท่านั้น และรวมแล้ว 6 บึงที่หายไปจากโครงการ ทำให้ประชาชนเสียพื้นที่ "แก้มลิง" ไปถึง 5-6 ล้านลูกบาศก์เมตร
ดังนั้นการยื่นหนังสือต่อนายชัชชาติในวันที่ 9 ต.ค.นี้ ขอเชิญชวนประชาชนออกมาแสดงเจตนารมย์ เรียกร้องทวงคืนผังเมืองที่ถูกต้อง ยกเลิกผังเมืองฉบับปัจจุบันที่ไม่ถูกต้อง โดยระหว่างนี้ให้กลับไปใช้ผังเมืองเดิมปี 2556 ก่อน พร้อมให้เปิดรับความคิดเห็นของชาวกรุงเทพฯ อย่างกว้างขวาง ให้ชาวกรุงเทพฯรับรู้ถึงข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น ทวงคืนสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพกลับคืนมา ได้แก่ "แก้มลิง" และ "ฟลัดเวย์" เพื่อให้ชาวกรุงเทพใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ได้รับผลกระทบเมื่อฝนตกครั้งใหญ่ หรือน้ำเหนือหลาก
นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ตรวจสอบทุจริตการก่อสร้าง และการอนุมัติการก่อสร้างอาคารจัดสรรในพื้นที่รับน้ำ และระบายน้ำทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในข้อหาละเลยต่อหน้าที่ และละเมิดที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้ ที่มีการส่งสัญญาณให้ประชาชนผิดพลาด
ด้านนายสนธิ เปิดเผยว่า เรื่องน้ำท่วมนี้ไม่ควรโยนให้นายชัชชาติ เพียงคนเดียว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ก็เกี่ยวข้องด้วย ตนเองได้เห็นคลิปชัดเจนว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 นำดินสอมาลากเส้นไปแล้วบอกว่าตรงนี้ระยะทาง 70 กิโลเมตร คือเขื่อนที่จะกั้นน้ำ แต่กลับไม่เกิดขึ้นมั่นใจว่าภายในไม่เกิน 5 ปีนี้กรุงเทพมหานครจะจมน้ำ เพราะการตัดสินใจแก้ปัญหาน้ำท่วมต้องใช้ความกล้าหาญและต้องกล้าตัดสินใจเพื่อส่วนรวม หากวันนี้ยังไม่มีการแก้ไข กรุงเทพฯจมน้ำแน่นอน เห็นได้จากย่านรามคำแหง ตลอด 43 ปี ไม่เคยน้ำท่วมแต่ปีนี้กลับมีน้ำท่วม แทนที่จะรับสนองพระราชดำริแต่กลับไม่ทำ เพราะผู้บริหาร กทม. มีส่วนเกี่ยวข้อง หากไม่เคยทำงานบริษัทอสังหาริมทรัพย์มาก่อนก็ลาออกจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์แล้วมาทำงานที่ กทม. เหตุผลที่ไม่ทำแก้มลิง เพราะต้องการให้ตายจากไป มองว่าการทำประชาพิจารณ์ไม่ควรทำเฉพาะบริเวณที่จะทำแก้มลิง แต่ควรทำประชาพิจารณ์ในวงกว้าง เพราะการทำเฉพาะจุดไม่สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชน
โดยสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์มีกำไรเป็นหมื่นล้าน แต่ชาวบ้านกลับถูกหลอกให้ขายที่ดินในราคาถูก แล้วรอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล 9,000 บาท เมื่อต้องเจอกับน้ำท่วม มองว่าสำนักงานผังเมืองกรุงเทพฯเป็นองค์กรอาชญากรรม ขณะที่ผู้บริหาร กทม. เป็นสแกมเมอร์ ที่ไม่ได้ทำหน้าที่บริหารประเทศไทย
สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นหนึ่งในการทวงคืนประเทศไทย เพราะวันนี้ประเทศไทยเน่าไปทุกกลุ่ม ทุกองคาพยพไม่ได้มีการทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง เป็นไปได้หรือไม่ที่จะระดม โดยให้ประชาชนรวมตัวกันเซ็นชื่อเลือกว่าเราต้องการแก้มลิง กลับคืนมา วันนี้แม้นายชัชชาติจะปั่นเรื่องเก่งอย่างไร ที่สุดก็จบลงด้วยความจริง อยากขอร้องสื่อมวลชนเวลาเชิญนายชัชชาติไปพูดก็ช่วยเชิญทางบ้านพระอาทิตย์ไปด้วย เพื่อไปให้ข้อมูลข้อเท็จจริง ไม่ใช่เชิญแต่นายชัชชาติคนเดียว
ทั้งนี้ในวันที่ 9 ต.ค. 69 เวลา 09.00 น. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพฯ ขอเชิญชวนประชาชนมาแสดงเจตนารมณ์ มาแสดงอารมณ์ มาแสดงว่าเราไม่เห็นด้วยกับการทำงานของผู้บริหารกรุงเทพมหานคร
Advertisement