
(2 ต.ค. 2569) ที่อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เวลา 10.00 น. กระทรวง อว., กระทรวงกลาโหม, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), กระทรวงศึกษาธิการ และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวระบบ "Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม"
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนมาช่วยผู้ว่าฯ กทม. บูรณาการแก้ปัญหาน้ำท่วมแบบองค์รวม โดยมีหน่วยทหารและผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทยร่วมประสานงาน ยืนยันว่ามาในฐานะผู้ช่วยฯ ซึ่งไม่มีใครรู้ปัญหาพื้นที่ได้ดีเท่าเจ้าหน้าที่ กทม. จึงนำยุทโธปกรณ์และทรัพยากรทั้งหมดของทุกเหล่าทัพมาเสริม เพื่อระบายน้ำ ส่งอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสนับสนุนเครื่องมือเข้าพื้นที่ให้เร็วที่สุด ทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลเดียวกันและทำงานร่วมกันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยคาดว่ามวลน้ำจะลดลงภายใน 3 - 5 วัน
ด้าน รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า กรุงเทพตะวันออกโดยเฉพาะเขตลาดกระบังยังเป็นโซนวิกฤตที่ต้องการความช่วยเหลือสูง ซึ่งมีหน่วยทหารและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับผู้อำนวยการเขต รองปลัด กทม. และเจ้าหน้าที่ทหารเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ โดยตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา กองทัพได้ส่งรถสูงและเรือเข้ามาสนับสนุน แม้พื้นที่แคบในหลายชุมชนยังต้องใช้เรือขนาดเล็กทำให้การทำงานล่าช้า แต่ปัจจุบันมีกำลังและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น คาดว่าสถานการณ์จะทยอยดีขึ้นแม้น้ำยังท่วมสูง เช่นเดียวกับเขตหนองจอก เขตประเวศ และเขตมีนบุรี ที่ต้องมีศูนย์บัญชาการร่วมโดยกระทรวงกลาโหมจะส่งกำลังพลเข้าช่วย
ขณะที่กรุงเทพตอนเหนือ ระดับน้ำสูงขึ้นเนื่องจากมีน้ำเหนือหนุนและการระบายน้ำในเขตสายไหมและคลองสามวา รวมถึงบางเขต เช่น ลาดพร้าวและหลักสี่ ที่ยังคงมีสถานการณ์อยู่ ขณะที่กรุงเทพใต้และตอนกลาง เช่น เขตสะพานสูง สวนหลวง บึงกุ่ม และคันนายาว ยังมีน้ำท่วมสูงในบางหมู่บ้าน ซึ่งสำนักงานเขตและทหารจะร่วมกันเข้าช่วยเหลือเฉพาะจุดมากขึ้น
สำหรับผู้ป่วย มีทีมแพทย์ฉุกเฉินจากการร่วมมือของ กทม. กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวง พม. ผ่านสายด่วน 1669 และ 1330 เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ช่วยออกมาแล้ว 776 คนไปยังศูนย์พักพิง
ขั้นต่อไปจะเป็นกระบวนการฟื้นฟูบูรณะ ทั้งการทำความสะอาด การกำจัดขยะ และการป้องกันโรค โดยกระทรวงแรงงานจะช่วยจ้างงานจำนวนมากเข้าพื้นที่ ขณะที่กระทรวงกลาโหมและทหารได้จัดกำลังพลเข้าช่วยทำความสะอาดและคืนสภาพพื้นที่ ซึ่งได้มีการพูดคุยเรื่องนี้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเมื่อวานนี้
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวว่า จากการพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อระดับน้ำเริ่มลด สิ่งสำคัญคือการทำความสะอาดและการซ่อมแซมสิ่งของที่ไม่มีประกัน ซึ่งต้องระดมสรรพกำลังเข้ามาช่วย โดยกระทรวงแรงงานได้ตั้งศูนย์ซ่อมสร้างไว้แล้ว ทั้งนี้ เพื่อรวบรวมช่างฝีมือและจิตอาสาทำความสะอาด จึงขอความอนุเคราะห์จากผู้อำนวยการ NECTEC ให้ใช้ระบบ Traffy Fondue เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการ
โดยมีจุดเริ่มต้นจากกระทรวง อว. ที่มีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและมหาวิทยาลัยราชภัฏในภูมิภาคต่างๆ พร้อมสนับสนุนการซ่อมแซมและทำความสะอาด ร่วมกับกลุ่มอาชีวศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการ และกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจากกระทรวงแรงงาน ขณะที่กระทรวง พม. จะเป็นช่องทางหลักส่งอาสาสมัคร พม. เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถใช้งานระบบให้เข้าถึงบริการซ่อมแซมได้ นอกจากนี้ ยังเปิดรับจิตอาสาภาคเอกชนและหน่วยงานอื่นๆ ลงทะเบียนช่วยเหลือผ่าน Traffy Fondue เพื่อระดมความร่วมมือจากคนไทยทุกคนมาช่วยกัน
ส่วน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ทุกฝ่ายต่างช่วยกันตามกำลังเพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤต โดยกระทรวงแรงงานนำกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเข้ามาฟื้นฟูเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ที่จมน้ำ ซึ่งเปิดให้บริการซ่อมแซมแล้วตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวม 30 จังหวัด 79 จุด ในพื้นที่น้ำท่วม กทม. โดยเฉพาะศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมจัดจุดบริการเคลื่อนที่เพิ่มเติม
นอกจากนี้ กระทรวง อว. ยังนำเทคโนโลยีระบบ Traffy Fondue เข้ามาช่วยแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานบริหารจัดการคน อุปกรณ์ และเคลื่อนย้ายกำลังคนไปซ่อมแซมช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุดและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงขอให้ประชาชนแจ้งประสานงานผ่านระบบ Traffy Fondue เพื่อความสะดวกในการจัดสรรทรัพยากรให้ตรงจุดที่สุด
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. กล่าวว่า กระทรวง พม. ดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านเครือข่ายอาสาสมัครทั่วประเทศและ กทม. โดยเฉพาะการเคหะแห่งชาติ สำหรับระบบ Traffy Fondue ที่นำมาใช้นั้นจะเชื่อมต่อการ ‘ซ่อม สร้าง สุข’ ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอาคาร ระบบไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านระบบออนไลน์
ทั้งนี้ กระทรวง พม. จะมีอาสาสมัคร พม. และนิติบุคคลลงพื้นที่ทำความเข้าใจ และช่วยสำรวจความต้องการช่วยเหลือของกลุ่มเปราะบาง รวมถึงช่วยนำข้อมูลของประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบออนไลน์ลงสู่ Traffy Fondue ให้ โดยยืนยันว่ามีมดงานทำงานร่วมกับนิติบุคคลทุกพื้นที่ เน้นเป้าหมายหลักในชุมชนที่ได้รับผลกระทบหนัก คือ ชุมชนเคหะร่มเกล้าและชุมชนเคหะคลองจั่น ซึ่งจะมีการประชุมออนไลน์เพื่อทำความเข้าใจและพร้อมเชื่อมต่อกับทุกหน่วยงานเพื่อคืนคุณภาพชีวิตให้ประชาชน
ด้าน นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตก กระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยนำระบบ Traffy Fondue ที่ใช้อยู่แล้วมาปรับโหมดการดูแลให้ประชาชนเข้าถึงการช่วยเหลือได้เร็วขึ้น โดยอาชีวะจะเข้าไปดูแลครอบคลุมทั่วประเทศ นำร่อง 9 จังหวัดแรก 28 สถาบันการศึกษา เพื่อให้ประชาชนแจ้งเรื่องซ่อมแซมทั้งรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งอาชีวะสามารถดูแลได้ทั้งหมด และเชื่อว่าทุกหน่วยงานจะร่วมกันระดมสรรพกำลังมาช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด
ขณะที่ นายวสันต์ ภัทรอธิคม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้สั่งการให้ สวทช. นำ Traffy Fondue มาเพิ่มเมนู "ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม" เพื่อเป็นหน้าบ้านในการรับเรื่องและกระจายคำร้องไปยังหน่วยงานต่างๆ อย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายคือ "แจ้งง่าย ส่งถึงหน่วยที่ช่วยได้ ติดตามได้ จนจบงาน" ซึ่งหากหน่วยงานเอกชนต้องการร่วมช่วยเหลือ สามารถติดต่อผ่าน Fondue Help ได้
สำหรับขั้นตอนการใช้งาน ประชาชนสามารถเพิ่มเพื่อนใน LINE @TraffyFondue แล้วเลือกเมนู "ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม" จากนั้นเลือกประเภทบริการจาก 8 หมวด เช่น ซ่อมรถจักรยานยนต์ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก-ใหญ่ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมกรอกรายละเอียด แนบรูปถ่าย และแชร์พิกัดสถานที่ ระบบจะส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อเจ้าหน้าที่รับเรื่องจะติดต่อกลับเพื่อประเมินปัญหา หากเป็นอุปกรณ์ที่เคลื่อนย้ายได้จะให้นำมาที่จุดบริการ แต่หากเป็นชิ้นใหญ่หรือระบบในบ้านจะส่งทีมช่างเข้าไปถึงที่พัก โดยระบบจะแจ้งเตือนความคืบหน้าและการนัดหมายผ่าน LINE จนกว่าจะเสร็จสิ้นงาน
ทั้งนี้ ระยะแรกเปิดให้บริการใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และกาญจนบุรี เป็นเวลา 1 เดือน โดยหน่วยงานราชการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ส่วนศักยภาพของระบบสามารถรองรับคำร้องได้ไม่มีข้อจำกัด แต่ขึ้นอยู่กับกำลังของช่าง ซึ่งจะระดมสรรพกำลังช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด
สำหรับการดำเนินการครั้งนี้จะใช้งบกลาง งบประมาณของแต่ละกระทรวงเข้ามาดำเนินการ พร้อมย้ำว่าการซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ให้บริการฟรีทั้งหมด เนื่องจากได้รับการอนุมัติงบกลางเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันในระบบ Traffy Fondue จะมีใบงานที่ใช้เป็นหลักฐานเสมือนใบเสร็จเพื่อนำไปเบิกย้อนหลังได้ และในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก อาชีวศึกษาได้จัดทำหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ออกให้บริการสำหรับประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางออกมาได้
Advertisement