
วันที่ 25 ก.น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา และ นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) จัดกิจกรรม “รวมพลังแผ่นดินเอาประเทศไทยของเราคืนมา” โดยได้เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
ขณะที่ นายพิชิต กล่าวปราศรัย โดยตำหนิการทำหน้าที่ของ กกต. ว่า ไม่มีอะไรเลวร้ายเท่ากับการโกงกระบวนการยุติธรรม ทั้งที่เรามีหลักฐานชัดเจน แต่กกต.กลับถูกประชาชนตั้งคำถามว่า เป็นองค์กรอิสระที่ถูกครอบงำโดยนักการเมือง และ อยู่ในขบวนการฮั้วสว.ด้วยหรือไม่ ส่วน สว. ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีศักดิ์ศรี ในวันนี้ก็ถูกทำลายลงแล้ว ด้วยเหตุนี้กระบวนการฮั้ว สว.จึงเสมือนเป็นวงจรอุบาทว์ที่กินรวบประเทศไทย
ด้าน นายสนธิ ให้สัมภาษณ์ต่อ โดยระบุว่า วันนี้เรามายื่นหนังสือเพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่าเราไม่เห็นด้วยกับการชี้มูลของ กกต. เพราะว่าความขัดแย้งระหว่าง กกต.เสียงข้างมาก จำนวน 5 เสียงกับกกต.เสียงข้างน้อย จำนวน 2 เสียงนั้น ในจำนวน 4 เสียง เป็นกกต.ที่ได้รับเลือกมาจากสว. ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ความเห็นของกกต. ไม่มีความน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกันประธาน กกต.ก็มีพิรุธ เนื่องจากไม่ยอมใช้มาตรา 62 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้ซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ที่ระบุว่า ถ้ามีหลักฐานอันเชื่อได้ว่าผู้สมัครจะทำการทุจริต ให้กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และสิทธิรับสมัคร
วันนี้เราจึงเดินทางมายื่นหนังสือ เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมและเผยแพร่ข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้เห็นว่า องค์กรอิสระไม่มีความยุติธรรม ไม่มีศีลธรรม ไม่กล้าที่จะตัดสินใจ และถูกครอบงำด้วยพรรคการเมืองสีน้ำเงิน
นายสนธิ กล่าวต่อว่า ถ้าการเมืองเป็นแบบนี้ต่อไป พรรคภูมิใจไทยก็จะยึดครององค์กรอิสระหมดและสามารถฟอกขาวได้ทุกคดี ตนจึงอยากจะทวงคืนหลักนิติรัฐและนิติธรรมกลับคืนมา เพื่อให้องค์กรอิสระทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและมีความกล้าหาญ
ส่วนกรณีที่ กกต.อ้างว่าใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาจึงส่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการฮั้วสว.แค่ 77 คนนั้น นายสนธิ ระบุว่า เรื่องนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะคณะอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 36 ที่มี ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ บิดเบือนข้อเท็จจริง จึงได้รับรางวัลโดยแต่งตั้งให้เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอคนใหม่ เพื่อปกปิดความผิดต่างๆ
ทั้งนี้ มองสถานการณ์ในวันที่ 28 กันยายน ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการวินิจฉัยกรณีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งอย่างไร นายสนธิ กล่าวว่า ตนไม่กล้าเดา แต่ไม่ไว้ใจ ส่วนหากจะให้ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ตนก็รู้สึกเฉยๆ เพราะวงจรอุบาทว์เกิดขึ้นแล้ว หากเลือกตั้งใหม่ก็ต้องพึ่งกกต. และหาก กกต.ชุดนี้ยังคงอยู่ เขาก็ต้องปกป้องพรรคสีน้ำเงินอยู่ดี ขณะเดียวกันก็ยังมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ช่วยฟอกขาวด้วย
พร้อมกันนี้ นายสนธิ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันนี้ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ คณะทํางานของนายกรัฐมนตรี กําลังจะกลายเป็นผู้ต้องหาในเรื่องของการทุจริตสอบท้องถิ่น เพราะว่าทั้งนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตัดสินใจแล้วว่าจะตัดนายทองเจือทิ้ง โดยให้นายทองเจือรับไปก่อน เพื่อให้เรื่องทั้งหมดถูกส่งไปที่ ป.ป.ช. แล้วชี้มูลว่านายทองเจือไม่ผิด ซึ่งเป็นวิธีการตัดตอน
สำหรับหลังจากนี้จะมีการยกระดับการชุมนุมขึ้นหรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า เราไม่ต้องการล้มเขา แต่ต้องการให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับหลักนิติรัฐนิติธรรม และการทุจริตคอร์รัปชัน โดยจะเดินไปที่จังหวัดสงขลา ในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ย.) และจะมีประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียง อาทิ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต นครศรีธรรมราช เป็นต้น เข้าร่วม
จากนั้น ทนายนกเขา ได้อ่านแถลงการณ์ 12 ข้อ โดยย้ำว่า กกต. เป็นตัวกลางสำคัญที่ทำให้เกิดการทุจริตเลือกสว. ซึ่งไม่มีความสุจริตเที่ยงธรรม ก่อนมอบตัวแทนจำนวน 5 คน ยื่นหนังสือต่อ พันตำรวจตรี ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย ที่บริเวณศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ได้มีการจัดเตรียมตำรวจจาก กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ไว้จำนวน 1 กองร้อย เพื่อคอยอำนวยความสะดวก ตลอดจนรักษาความเรียบร้อยและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน รวมถึงสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว
Advertisement