
วันที่ 22 กันยายน 2569 สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา กัมพูชา ได้โพสต์ภาพ ขณะอุ้มหลานคนที่ 23 ของตน เนื่องในวันครบรอบ 1 เดือนของหลานสาวคนนี้ ซึ่งเป็นบุตรสาวของ ฮุน มานี ลูกชายคนเล็ก ของฮุน เซน ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี หลังจากหลานสาวคนนี้ ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา
โดยระบุข้อความว่า "(รักก็อย่าไปบ่อยถ้าระลึกถึงค่อยไปเป็นครั้งคราว)" นี่คือคำสั่งสอนของบรรพบุรุษ
วันนี้เป็นวันครบรอบ 1 เดือนของหลาน ผมควรจะมีความสุข แต่กลับไม่มีความสุขเลย เพราะวันนี้มีข้อความส่งเข้ามาทาง Telegram และ WhatsApp เกือบ 20 ข้อความ บางคนส่งข้อความมาขอนัดพบโดยตรง บางคนพูดถึงเรื่องความยากลำบากในครอบครัว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขอเงินซื้อบ้าน ขอเงินซื้อมอเตอร์ไซค์ทีเดียว 2 คัน บางคนไม่ได้พูดตรงๆ แต่บอกว่าขอซื้อพาหนะเดินทาง ซึ่งแน่นอนว่าคงเป็นรถยนต์ เพราะเขามีมอเตอร์ไซค์ขี่อยู่แล้ว และยังมีบางคนขอเงินจ่ายค่าเทอมให้ลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ เป็นต้น
ที่ผ่านมาผมเคยช่วยเหลือเหล่านักศึกษาที่ยากจน โดยให้เงินค่าเช่าบ้าน ค่าเทอม และเงินบางส่วนสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นจำนวนแค่หลักร้อยหรือหลักพันดอลลาร์เท่านั้น แต่วันนี้ แค่คิดถึงคนเพียง 4 คน ก็มีมูลค่ารวมนับแสนดอลลาร์แล้ว ทั้งค่าซื้อบ้าน ค่าซื้อรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ รวมถึงค่าเทอมนับแสนดอลลาร์ต่อปี ซึ่งแพงกว่าสมัยที่ลูกๆ ของผมไปเรียนต่อต่างประเทศเสียอีก
นอกจากเรื่องเงินแล้ว ยังมีเรื่องการรบกวนเวลาด้วยการส่งข้อความมาแทบทุกวัน ตอนเช้าเวลานักเรียนไปโรงเรียนก็ส่งมา ตอนเย็นเวลานักเรียนเลิกเรียนก็ส่งมา ทั้งข้อความเสียงและข้อความตัวอักษร
ผมขอเรียนให้ทราบว่า ทุกวันนี้ผมและลูกชายทั้งหลาย โดยเฉพาะลูกชายที่เป็นนายกรัฐมนตรี ผมติดต่อด้วยน้อยมาก เพราะผมรู้ว่าเขายุ่งมาก งานไหนที่สามารถชะลอได้ก็พักไว้ก่อน รอไว้แก้ไขภายหลัง
ผมขอโทษผู้ที่ขอนัดพบผมเป็นการส่วนตัว ซึ่งผมไม่สามารถพบได้ หากผมจำเป็นต้องพบ ผมจะเป็นฝ่ายเรียกมาพบเอง ดังเช่นกรณีของ วาน แสนวา (Vann Senva) และครอบครัวเมื่อประมาณ 10 กว่าวันที่แล้ว ผมขอเรียนล่วงหน้าด้วยว่า ผมจะลบออกจากระบบการติดต่อ สำหรับพี่น้องคนใดที่เชื่อมต่อเข้ามาหาผมโดยไม่ได้รับอนุญาต
สุดท้ายนี้ ขอเตือนสติอีกครั้งด้วยคำสอนของบรรพบุรุษที่ว่า "(รักก็อย่าไปบ่อย ถ้าระลึกถึงค่อยไปเป็นครั้งคราว)" ไปเยี่ยมบ้านคนอื่นทุกวันเขาก็รำคาญ และถ้าส่งข้อความมาทุกวันเขาก็รำคาญเช่นกัน ในกรณีที่ข้อความนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยกับงานของผู้รับ
ผมไม่ควรจะโพสต์ข้อความแบบนี้เลย แต่ถ้าไม่โพสต์ กรณีแบบนี้ก็จะมีต่อไปเรื่อยๆ และมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีคนรู้เบอร์โทรศัพท์ของผมมากขึ้นทุกวัน
Advertisement