
(22 ก.ย. 2569) น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ วิพากษ์วิจารณ์กรณีนายกรัฐมนตรีไม่ให้คำรับรองร่างกฎหมายจำนวน 4 ฉบับ ว่า การไม่ให้คำรับรองไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลปัดตกโดยไม่มีเหตุผล หรือปิดกั้นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ แต่ก่อนการตัดสินใจ นายกรัฐมนตรีได้ขอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลทั้งด้านกฎหมาย งบประมาณ ความซ้ำซ้อน และผลกระทบต่อประชาชนมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน
สำหรับร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ หรือ THACCA รัฐบาลเห็นด้วยกับหลักการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อกังวลว่า การจัดตั้งสำนักงาน คณะกรรมการ และหน่วยงานสาขาขึ้นใหม่ อาจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานและกลไกที่มีอยู่ รวมทั้งเพิ่มภาระงบประมาณ จึงเห็นว่าควรนำข้อสังเกตดังกล่าวไปปรับปรุงให้รอบคอบก่อน
"ประเด็นไม่ใช่ว่ารัฐบาลเอาหรือไม่เอาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แต่คือจะออกแบบกฎหมายอย่างไรให้ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ได้จริง โดยไม่สร้างหน่วยงานซ้ำซ้อนและไม่เพิ่มภาระงบประมาณโดยไม่จำเป็น" รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
ส่วนกรณีสนุกเกอร์และบิลเลียด รัฐบาลสนับสนุนการพัฒนาในฐานะกีฬา แต่ต้องแยกเรื่องกีฬาออกจากเรื่องการพนันให้ชัดเจน เนื่องจากร่างที่เสนอเป็นการแก้ไขกฎหมายเพียงบางส่วน ขณะที่กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมายการพนันและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ เพื่อให้การส่งเสริมกีฬาเดินหน้าได้ควบคู่กับการป้องกันการพนันแอบแฝงและการคุ้มครองเด็กและเยาวชน
น.ส.ลลิดา ย้ำว่า การไม่ให้คำรับรองร่างกฎหมายในชั้นนี้ จึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการปฏิเสธทุกหลักการหรือปิดกั้นข้อเสนอของฝ่ายค้าน เพราะรัฐบาลมีหน้าที่พิจารณาทั้งเจตนาของกฎหมายและผลที่จะเกิดขึ้นจริงเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้
"กฎหมายไม่ได้มีไว้แข่งกันว่าใครเสนอแล้วต้องผ่าน แต่ต้องตอบให้ได้ว่า เมื่อออกมาแล้วจะใช้ได้จริง ไม่ซ้ำซ้อน ไม่สร้างภาระโดยไม่จำเป็น และไม่ทิ้งปัญหาไว้ให้ประชาชนตามแก้ภายหลัง ไม่รับรองวันนี้จึงไม่ได้แปลว่าปิดประตู แต่หมายถึงสิ่งที่ยังมีข้อกังวลก็ควรปรับให้รอบคอบก่อนนำมาใช้กับคนทั้งประเทศค่ะ" น.ส.ลลิดา กล่าว
Advertisement