
วันที่ 22 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานข่าวว่า พรรคกล้าธรรม ได้แสดงความจำนงจะขอถอนตัวจาก คณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือ วิปฝ่ายค้าน โดยได้ยื่นความจำนงไปยังนาย พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า การแสดงความจำนงขอถอนตัว ออกจากฝ่ายค้านของพรรคกล้าธรรมครั้งนี้ เพื่อเตรียมเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ
สำหรับกรรมการวิปฝ่ายค้านในสัดส่วน พรรคกล้าธรรม มีจำนวน 7 คน ประกอบด้วย
1.นายเอกรัฐ พลซื่อ สส.ร้อยเอ็ด พรรคกล้าธรรม
2.นายประสิทธิ์ โนทะ สส.น่าน พรรคกล้าธรรม
3.นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก พรรคกล้าธรรม
4.นายวงศ์วชร ขาวทอง สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม
5.นายนรพล ตันติมนตรี สส.เชียงใหม่ พรรคกล้าธรรม
6.นายชยานันท์ เกตุเมฆ สส.หนองบัวลำภู พรรคกล้าธรรม
7.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม
ขณะที่นาย พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพจ “พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu” ระบุว่า ในการเมืองระบบรัฐสภา เป็นที่เข้าใจดีว่าการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้าน ย่อมมีมาตรฐานและรูปแบบที่แตกต่าง กับการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกรัฐบาล
เพราะในขณะที่พรรคในซีกรัฐบาล ตกลงจับมือกันเพื่อตั้งรัฐบาล, พรรคในซีกฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วยพรรคการเมืองที่ (ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด) ตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาล หรือ ไม่ถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาล
ด้วยเหตุผลดังกล่าว การทำงานร่วมกันในวิปฝ่ายค้านที่ผ่านมา จึงเป็นการทำงานบนความเข้าใจและการเคารพซึ่งกันและกัน ว่าพรรคในซีกฝ่ายค้าน อาจมีจุดยืน อุดมการณ์ หรือแนวคิดทางนโยบาย ที่แตกต่างกันได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผมยืนยันว่าพรรคในซีกฝ่ายค้านควรมีร่วมกัน คือจุดร่วมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลไม่ให้ทำงานผิดทิศผิดทาง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรม ได้มีมติให้ สส. จากพรรค ลงมติเห็นชอบ กับ พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่:
- (1) ขัดกับมติวิปฝ่ายค้านในวาระสำคัญดังกล่าว (มติวิปฝ่ายค้าน คือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ งดออกเสียง“ ตามมติของแต่ละพรรค)
- (2) ก่อให้เกิดคำถามถึงสถานะและเจตนารมณ์ของพรรคกล้าธรรมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลปัจจุบัน ยิ่งเมื่อประกอบกับความไม่ชัดเจนของพรรคต่อการยื่นญัตติและลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้
ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ผมได้หารือกับตัวแทนจากพรรคกล้าธรรมหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรม ออกจากองค์ประกอบของคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ทั้งนี้ เพื่อให้กลไกของรัฐสภาที่ถูกออกแบบไว้สำหรับฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล ถูกใช้โดยพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่พรรคกล้าธรรมมี สส. ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนถึง 58 คน ผมจะยังคงทำหน้าที่ประสานงานกับตัวแทนของพรรคกล้าธรรมต่อไป เพื่อคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของ สส. พรรคกล้าธรรม ในการมีพื้นที่ทำงานในสภาในฐานะผู้แทนราษฎร ผ่านกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน (เช่น เวลาในการอภิปรายวาระทั่วไป / โควต้าการปรึกษาหารือปัญหาในพื้นที่)
ในวันพรุ่งนี้ ผมจะนำเสนอรายชื่อกรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ต่อผู้นำฝ่ายค้านฯ เพื่อพิจารณาเสนอต่อประธานสภาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะมีผลให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วย 5 พรรค คือ:
1. พรรคประชาชน
2. พรรคประชาธิปัตย์
3. พรรคไทยภักดี
4. พรรคเสรีรวมไทย
5. พรรคไทรวมพลัง (ซึ่งเพิ่มเข้ามาในสมัยประชุมนี้ หลังจากพรรคเริ่มมีการลงมติในทิศทางเดียวกันกับฝ่ายค้านในวาระสำคัญ (เช่น พ.ร.ก. เงินกู้ / พ.ร.บ. งบประมาณ 2570))
โดยสำหรับวาระเฉพาะหน้า พวกเรา 5 พรรค มีภารกิจสำคัญร่วมกัน ในการยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล โดยเร็วที่สุด
Advertisement