
วันที่ 17 ก.ย. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ตอนหนึ่งถึงการดำเนินการสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ว่า เรื่องนี้บั่นทอนความมั่นใจของประชาชนมากพอสมควร ไม่มีใครไม่เชื่อว่าเรื่องนี้สุจริต ซึ่งถือเป็นคราวเคราะห์ แม้ว่าจะกำลังดำเนินการอยู่ สมมุติว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิดเลย เกิดขึ้นโดยระบบหรือธรรมชาติ ก็คงไม่มีใครเชื่อ และที่ผ่านมาเครือข่ายจากการสอบสวน ได้เห็นว่า มีบุคคลภายนอกมาร่วมด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอนาถใจมาก
"พูดในภาษาที่เป็นพี่น้องกัน คือการมาโกงกันบนหัวผม แล้วตอนนี้สังคมสรุปและพิพากษาไปเรียบร้อยแล้ว และตัวผมเองก็พิพากษาไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน เพียงแต่อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย มันต้องมีขั้นตอน มีหลายหน่วยงาน มีการจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิด และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอก โดย ปปง. ยึดทรัพย์กว่า 380 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่หมดเท่านี้ "
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อด้วยว่า กระทรวงมหาดไทย ในฐานะดูแลกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นต้องขยายผล ซึ่งภายนอกมีการจับเข้าคุก ห้ามเยี่ยมห้ามประกัน ส่วนข้าราชการที่มีส่วนทำผิดกฎหมาย ก็ต้องเร่งดำเนินการ ตอนนี้แค่ย้ายไม่พอ หากเข้าเกณฑ์เมื่อไหร่ ปลัดมหาดไทย ต้องสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่า ดำเนินการอย่างเต็มที่ไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ โดยหากใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ก็ไม่มีเรื่องที่จะต้องเกรงกลัว ต้องฟาดให้ยับ เพราะถือเป็นการทำความเสียหาย ให้กับหน่วยงาน เปรียบทุกคนเป็นเจ้าของบ้าน มีทรัพย์สิน อยู่ดีๆใครไม่รู้มาทำลายทรัพย์สิน บ้านของเรา ก็ต้องถือว่าไม่มีความเหมาะสมที่จะอยู่ร่วมกัน ตนเองอยู่ที่นี่มา 3 ปีต้องเกรงใจกันบ้าง การมาบอกว่าทำแบบนี้ มาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ที่ตนเองยังไม่เข้ามา เรื่องนี้ขอไม่รับทราบ แต่ขอรับทราบเมื่อตนเองเข้ามาอยู่ที่นี่ และจะทำเรื่องเหล่านี้อีกไม่ได้
"เวลาโดนประชาชนสื่อมวลชน เขาไม่ได้พูดถึง ผอ.อธิบดี หรือผู้ตรวจคนไหน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่กลับพูดว่าต้องเป็นคนที่มีอำนาจสูงสุดในกระทรวงมหาดไทย ที่จะทำเรื่องนี้ได้ เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง ก่อนจะย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล ว่าจะไปบอกให้มีการยั้งมือหรือเว้นใครคนใดคนหนึ่ง หากการสืบสวนสอบสวนพาดพิงไปถึงใคร ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะถึงวาระโยกย้าย โดยอธิบดี ปภ.ที่เป็นประธานสอบสวนวินัยร้ายแรง ขอให้เร่งดำเนินหาร หากไม่เรียบร้อย เดี๋ยวจะไม่ได้ไปโยธา"
นายอนุทิน กล่าวว่า ชัดอยู่แล้ว รับผิดชอบเรื่องนี้ก็ต้องรับทั้งผิดและทั้งชอบ และเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสะเทือนขวัญ น่าสยองสำหรับความเป็น รมว.มหาดไทย ของตนเอง เพราะฉะนั้น ขอให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ เข้าใจว่าการทำงานตรงนี้ มีกฎหมายต้องยึด ว่า ต้องเร่งรัด
"ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ต้องมองขั้นตอนข้างหน้าต้องเป็นอย่างนี้แน่นอน วิเคราะห์ต้องเป็นอย่างนี้เกี่ยวพันถึงคนนั้นคนนี้เท่าที่เราทำงานด้วยกันมาโดยเฉพาะกรณีนี้ ผมสงสัยตรงไหนไม่เคยหลุดซักเรื่อง แต่ท่านจะมากลัวว่าเดี๋ยวเขาจะฟ้องกลับ ฟ้องกลับยิ่งดีครับจะได้เปิดเผยทุกอย่างที่เราเข้าไปไม่ถึง เพราะกฎหมายอย่างไรก็ปกป้องคุ้มครองคนทำหน้าที่โดยสุจริต ไม่ให้ขยายเวลานะ ผมขอพูดตรงนี้ มีคนมาขอให้ผมขยายเวลาเรื่องนี้ เรื่องนี้ต้องจบภายในเวลาที่กำหนดไว้ ไม่มีทางให้เลย 30 ก.ย.เป็นอันขาด เพราะมันเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนหน้าที่ของคนหลายคน จึงขอให้ปลัดและรองปลัดที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกันหารือร่วมกันเพื่อไปดำเนินการในคณะกรรมการไม่มีการปกป้องช่วยเหลือใคร เรื่องนี้ขอให้เร่งดำเนินการให้เสร็จให้ถือเป็นข้อสังการอย่างชัดเจน เวลาล่วงเลยมาขนาดนี้แล้วหน่วยงานอื่นไปไกลมากแล้วดังนั้นหน่วยงานเจ้าบ้านต้องเด็ดขาด"
Advertisement