Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"อภิสิทธิ์" ชำแหละรายงาน กกต. ท้าถามปชช.เชื่อเลือกตั้งสส.สุจริตหรือไม่

"อภิสิทธิ์" ชำแหละรายงาน กกต. ท้าถามปชช.เชื่อเลือกตั้งสส.สุจริตหรือไม่

16 ก.ย. 69
19:12 น.
แชร์

"อภิสิทธิ์" ชำแหละรายงาน กกต. ท้าถามประชาชนเชื่อเลือกตั้งสส.-เลือก สว. สุจริตหรือไม่ ตั้งกังขาปมกลับคำให้การพยาน-ตัดตอนเส้นเงิน

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม วาระรับทราบรายงานผลปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และพ.ศ. 2568

โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า การอภิปรายวันนี้มีการพูดถึงช้างบ่อย เพราะต้องการเน้นย้ำว่าบางครั้ง เรามาพิจารณาในบางเรื่องและรายละเอียดเรื่องต่างๆ โดยลืมภาพใหญ่ไป โดยในรายงานของ กกต. มีตัวประเมินการชี้วัดในรูปแบบต่างๆ แต่สำหรับตนเรื่องที่ใหญ่ที่สุดคือ กกต. ถูกออกแบบมาตั้งแต่ปี 2540 ให้เป็นองค์กรอิสระที่มาใช้ทั้งอำนาจนิติบัญญัติคือการออกระเบียบต่างๆ อำนาจบริหารคือการจัดการการเลือกตั้ง และอำนาจตุลาการหรือกึ่งตุลาการคือการพิจารณาลงโทษบุคคลที่ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง ในบางช่วง เช่น การประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ก็จะถือว่ากกต. เด็ดขาด แต่หลังจากนั้น เป็นเรื่องที่สามารถจะส่งให้ศาลพิจารณาได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือองค์กรนี้ต้องเป็นอิสระ ไม่ใช่นั้นจะไม่มีหลักประกันในเรื่องของความเที่ยงธรรม ในการที่จะผดุงรักษาระบอบประชาธิปไตย ไม่ให้ถูกคุกคามจากการบิดเบือนเจตนารมย์ของประชาชน ในการส่งตัวแทนเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้

สิ่งที่ตนจะพูดต่อไปไม่อยากให้บางท่านที่อยู่บนบัลลังก์นี้หรือเจ้าหน้าที่กกต. มองว่าตนหรือพวกเราวิจารณ์ตัวท่าน เพราะทุกองค์กรมีทั้งคนดีและไม่ดี มีคนที่พยายามปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แต่มีหลายคนที่ปฏิบัติหน้าที่แล้วทำให้องค์กรเสียหาย ซึ่งในภาพใหญ่ ตนขอถามง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้ตัวชี้วัดที่อยู่ในรายงาน ตนท้าให้ประธาน ไปถามประชาชนที่ไหนก็ได้ ว่าวันนี้มีใครเชื่อบ้าง ว่าการเลือก สว.ปี 2567 และการเลือกตั้ง สส. ซึ่ง กกต.ต้องเตรียมการตั้งแต่ปี 2568 ตามรายงานนี้สุจริตเที่ยงธรรม ตนท้าเพราะ ไม่เชื่อว่ามีคนไหนพูดเช่นนั้น และวันนี้ที่น่าสะท้อนใจที่สุดคือ เวลาเราไปเจอผู้คนที่อยากมาเป็นนักการเมือง หลายคนบอกว่ามาไม่ไหว เพราะไม่สามารถทำในสิ่งผิดกฎหมาย แข่งขันกับคนอื่นได้ และมีเพื่อนสมาชิก เวลาเราคุยกันส่วนตัว บ่นอยู่ตลอดเวลาว่าการเลือกตั้งกลายเป็นเรื่องการประมูล การทำผิดกฎหมาย แข่งขันกันแล้ว แต่ไม่สามารถมีใครทำได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ที่ต้องเน้นเป็นพิเศษคือ เมื่อรายงานเป็นปี 2567 และ 2568 ก็คือเรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของกกต.เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา แต่ตนจะย้อนกลับไปในช่วงปี 2567 และ 2568 กกต. ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้วหรือยัง ที่ทำให้การเลือก สว. สุจริตและเที่ยงธรรมในการป้องกัน ไม่ให้เกิดการทุจริตหรือฮั้ว จริงๆ ถ้าตั้งต้น เลขาธิการกกต. ตั้งต้นดีมากในช่วงปี 2567 โดยพูดแต่ต้นว่าศาลฎีกาเคยตัดสินคดีมาแล้วทั้ง 2 คดี ตั้งแต่ปี 2562 ตอนเลือกตามบทเฉพาะกาล ว่าลำพังการคะแนนเสียงกันก็เป็นความผิดแล้ว โดยศาลอธิบายหลักของการเลือก สว. ตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญชัดว่าเป็นเรื่องของคนที่มีคุณวุฒิประสงค์จะมาเป็น สว. มาสมัครแล้ว เขาก็ให้มีโอกาสเลือก 2 หมายเลข สันนิษฐานว่า 1 หมายเลขก็ต้องเรียกตัวเอง ส่วนอีกหมายเลขหนึ่งก็พิจารณาจากประวัติของบุคคลอื่นที่มาสมัคร

ที่ศาลตัดสินว่าเพียงแรกคะแนนก็ผิดกันแล้ว ศาลใช้คำว่าเป็นการเอาเปรียบผู้สมัครผู้อื่น ไม่เป็นไปตามเจตนารมย์ของการเลือกตามรัฐธรรมนูญ แต่ทำไปทำมา ในการจัดการเลือก สว. ครั้งนี้ ไม่ได้พยายามออกแบบมาป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา สิ่งที่เรียกว่าเป็นการฮั้วหรือการทำผิดกฎหมายอีก ซึ่งในบทเฉพาะกาลอุตส่าเขียนว่าที่ไหนมีคะแนนเลือกแล้วได้ 0 แล้วมีคนได้ 0 คะแนนเยอะกฎหมายให้สันนิษฐานเด็ดขาดว่าเกิดการสมยอมขึ้น เพราะเห็นว่าคุณไม่ได้ตั้งใจมาสมัคร แต่มาสมัครเพื่อคนอื่น หรือถูกกะเกณฑ์มาเพื่อเลือกคนอื่น แต่พอเลือก สว. ปี 2567 กกต. ไม่เอาหลักนี้มาใช้ ซึ่งตนเคยสนทนากับเจ้าหน้าที่กกต. บอกว่าจริงๆ ระบบนี้ เลือกที่ไหน หากมีแม้แต่คนได้ 0 คนเดียว ก็ให้ตัดแล้วเลือกใหม่อีกรอบ แต่ กกต.ไม่ทำ ยังไม่พอ ระเบียบที่จะเข้ามากำกับว่าใครมีคุณสมบัติอยู่กลุ่มไหนตามกฎหมาย จะมีหลักเกณฑ์อย่างไรก็ไม่รัดกุม สุดท้ายก็เกิดปัญหาขึ้น ทำให้มีการสมัครผิดกลุ่ม คุณสมบัติจริงหรือไม่ที่บอกว่าเป็นสายสาธารณสุขหรือสายสื่อสารมวลชน ซึ่งเป็นการเอื้อให้เกิดขบวนการเกณฑ์คนมาแล้วทำขบวนการที่เป็นการฮั้วได้อย่างเป็นระบบทั้งประเทศ แม้วันที่เลือกระดับประเทศ ซึ่งแต่ละรอบจะต้องมีการเลือกทั้งตอนเช้าและตอนบ่าย เพราะต้องเลือกในกลุ่มก่อนถึงจะไปเลือกไขว้ คำถามก็คือพอช่วงบ่ายบางคนตกรอบไปแล้ว ทำไมไม่มีการเปลี่ยนหมายเลขผู้สมัคร แปลว่าผู้สมัครที่ตกรอบไปแล้วก็ยังมีหมายเลขอยู่ ทุกคนได้หมายเลขเดิม อย่างนี้ช่วยให้ฮั้วตามโพยได้หรือไม่ เพราะถ้าเปลี่ยนหมายเลข ก็ต้องไปทำโพยกันใหม่ทั้งตอนเช้าและบ่าย แต่ กกต. ก็ไม่ได้ทำ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนติดใจ กกต. 2-3 เรื่อง หนึ่งคือเรื่องที่มาจากปาก กกต. เสียงข้างน้อย ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ว่ามีความพยายามที่จะร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดในระดับอำเภอ จังหวัด ถูกตัดตอนเกือบหมด คือมีขบวนการฮั้วไม่พอ ยังมีเครือข่ายครอบงำในระดับจังหวัดและอำเภอ ในที่สุดเป็นเหตุผลว่าทำไมกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และถ้ามีการวิพากษ์วิจารณ์ดีเอสไอ ก็ขอให้มีการเคารพศาลรัฐธรรมนูญด้วยที่วินิจฉัยไปแล้วว่ากระบวนการต่างๆที่ดำเนินการในช่วงนั้นเป็นกระบวนการที่ชอบ ขอให้ กกต. ตอบด้วยว่าได้ทำอะไรกับเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอและจังหวัด

สอง เพราะเส้นเงินถึงคนรอบตัว ตัวใหญ่ๆ แต่พอ จะมีการไปเอาเส้นเงินมาจับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไปถึงผู้ที่มีระดับสูงกว่านั้น กกต. กลับมีมติ 4:3 ไม่รับมาเข้ามา เหตุผลคืออะไร เพราะเราอยู่ระบบไต่สวนของ กกต. อะไรที่จะเป็นประโยชน์กับคดีทำไมไม่รับเข้ามา ยิ่งไปกว่านั้นสำนวนของดีเอสไอส่งให้ กกต. ก็ไม่รับ ตอบได้หรือไม่ว่าเป็นการใช้อำนาจที่นำไปสู่การสุจริตเที่ยงธรรม เพราะทุกอย่างถูกปฏิเสธหมด

สาม ประเด็นที่จะจัดพิจารณาถึงคนที่มีอำนาจมากๆ ถูกตีวงให้แคบลง ซึ่งพยานจะมีไม่กี่ปากที่สามารถเข้าไปใกล้ชิดได้ ซึ่งต้องพิจารณาว่าใครอยู่ร่วมขบวนการบ้างเป็นรายบุคคล

ส่วนการกลับคำให้การของพยาน จึงทำให้ไม่มีอะไรน่าเชื่อถือ ซึ่งจริงๆแล้วถ้าพิจารณาในกระบวนการจะดูแยกส่วนไม่ได้ และเป็นไปไม่ได้ที่เหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นแล้วไม่เกี่ยวข้องกัน ดีที่กกต. ไม่ได้มีหน้าที่ไปรับผิดชอบสอบเหตุการณ์ที่ภาคใต้ ที่เกิดขึ้น 70 จุดพร้อมกัน ท่านก็คงบอกว่าไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงกัน แต่ทำไมเราเชื่อว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งๆที่ พฤติกรรมการเลือกสว. เกิดขึ้นทั้งปทุมธานี อยุธยา นครนายก เชื่อมโยงกันหมด แต่ต้องมาแยก บอกว่าต่างคนต่างทำไม่เกี่ยวข้องกัน เป็นไปได้อย่างไร ตนมีประเด็นที่ข้องใจ พยานกลับคำให้การ ซึ่งพยานคนนี้เดิมเป็นผู้ต้องหา ถูกกันเป็นพยานเพราะให้การเป็นประโยชน์ คำถามคือมากลับคำให้การ แล้วทำไมยังถูกกันเป็นพยานต่อ ในเมื่อสิ่งที่บอกว่าข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่กลับมาบอกว่าเป็นเท็จ เขาต้องกลับมาเป็นผู้ถูกกล่าวหา ต้องถูกดำเนินคดีจะได้รู้ว่ารอบไหนกันแน่ที่ถูกข่มขู่ และการให้การในรอบแรกถ้าเป็นเท็จจริง ตนได้อ่านมาตรา 78 ที่ระบุว่าผู้ใดกระทำการอันเป็นเท็จเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าผู้สมัครผู้ใดกระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง และถ้าการกระทำนั้นมาให้การกลับกกต. ก็มีโทษสูงขึ้นไปอีก คำถามคือทำไมเลขาธิการกกต. กับกกต. วินิจฉัยว่าผู้นี้ไม่ผิดมาตรา 78 ก็ยังกันเป็นพยานต่อไป ถ้าเป็นเช่นนั้นท่านต้องเชื่อคำให้การแรกเท่านั้น ท่านจะเอาทั้งสองอย่างไม่ได้ไม่เช่นนั้นจะมีคนตั้งข้อสังเกตว่ามีพิรุธว่ามาให้การอย่างนี้ แล้วจะช่วยกัน มากับคำให้การก็จะช่วยกันโดยที่ไม่มีความผิด

ทั้งหลายทั้งปวงคือสิ่งที่ตนบอกว่ามันกำลังทำให้เกิดความยุ่งยาก เพราะเพราะท่านทำเรื่องนี้ล่าช้า 2 ปี กลายเป็นว่า กกต.ที่วินิจฉัยคดีนี้ มีผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นเสียงข้างมาก ถ้าเป็นหน่วยงานอื่นที่ปฏิบัติการปกครองพิจารณาไม่ได้เลย แต่บังเอิญกฎหมายกกต. บังคับว่าต้องเข้าประชุมต้องลงคะแนนไม่เช่นนั้นให้ลาออกไปเสีย แต่หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าถูกกำหนดบรรทัดฐานมาแล้ว ที่ท่านทำล่าช้าเป็นเหตุให้ศาลฎีการับเรื่องที่มีการฟ้องร้องเกี่ยวกับการวินิจฉัยคุณสมบัติหรือการสมัครผิดกลุ่ม เพราะศาลคงดูแล้วว่าคำร้องนี้ไม่เคยมีการแจ้งคำวินิจฉัย ทำให้ศาลต้องรับเรื่องไป และเมื่อมติออกมาเมื่อวันที่ 14 กันยายน ก็เคยมีคนร้องและร้องก่อนที่กกต. จะประกาศรับรองผล จึงเป็นเหตุว่าคงจะมีการยื่นศาลฎีกาอีก เพื่อให้มีการวินิจฉัยในเรื่องเหล่านี้ เพราะเจตนารมย์เดิมที่จะให้กกต. สุจริตเที่ยงธรรมถูกทำลายไปหมด ดีเอสไอก็ต้องดำเนินการต่อ ศาลฎีกาที่จะมีการไต่สวนก็จะชี้ให้เห็นว่าที่กกต. พิจารณานั้นไม่ครบถ้วน แล้วยังมีศาลฎีกาอีกที่มองว่าท่านยังไม่ได้แจ้งคำร้องและคำวินิจฉัย ซึ่งจะมีการโต้แย้งกันไปมา ยังไม่นับมาตรา 157 สำหรับเสียงข้างมาก ขอให้ตั้งหลักกันให้ดี ไม่เช่นนั้น สิ่งที่ถูกออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญเหมือนถูกล้มล้าง เป็นเรื่องของการล้มล้างการปกครอง

Advertisement

แชร์
"อภิสิทธิ์" ชำแหละรายงาน กกต. ท้าถามปชช.เชื่อเลือกตั้งสส.สุจริตหรือไม่