
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เดินหน้าติดตามการจัดการศึกษาในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านสวองหนองไผ่ล้อม โรงเรียนพล และโรงเรียนคำแคนวิทยาคม โดยเข้าพบผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน พร้อมลงดูสภาพโรงเรียนและการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่จริง เพื่อเจาะปัญหาที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนและการทำงานของครู
ระหว่างการลงพื้นที่ นายอัครนันท์ได้พูดคุยกับครูและผู้บริหารโรงเรียนถึงปัญหาที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน ทั้งความพร้อมด้านอาคารสถานที่ บุคลากร งบประมาณ และทรัพยากรสำหรับการจัดการเรียนการสอน พร้อมรับฟังข้อเสนอจากนักเรียนและครูถึงสิ่งที่ต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการเข้ามาสนับสนุน โดยเน้นย้ำว่า ปัญหาของแต่ละโรงเรียนไม่เหมือนกัน การแก้ไขจึงต้องลงไปเห็นปัญหาจริงและตอบให้ตรงกับบริบทของพื้นที่
นายอัครนันท์ กล่าวว่า การตรวจราชการของกระทรวงศึกษาธิการต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการ "ไปตรวจโรงเรียน" เป็นการ "ไปช่วยโรงเรียน" เพราะเป้าหมายของการลงพื้นที่ไม่ใช่การตรวจเอกสารหรือเพิ่มขั้นตอนให้ครู แต่ต้องทำให้เห็นว่าปัญหาอะไรสามารถแก้ได้ทันที ปัญหาใดต้องประสานหน่วยงาน และเรื่องใดต้องผลักดันในระดับนโยบาย
"ไปโรงเรียน เราไม่ได้ไปสร้างภาระ แต่ไปปลดภาระ การตรวจราชการต้องลดพิธีการ ลดขั้นตอน ลดความยุ่งยาก แล้วเอาเวลาและทรัพยากรกลับไปให้ครูได้ทำหน้าที่สอนเด็กอย่างเต็มที่ การตรวจราชการต้องเปลี่ยนจาก 'ไปตรวจโรงเรียน' เป็น 'ไปช่วยโรงเรียน' ลดปัญหา ต้องแก้ตรงนั้นให้เร็วที่สุด" นายอัครนันท์ กล่าว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้จะนำปัญหาที่พบจากสถานศึกษามาแยกเป็นประเด็นเพื่อเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะปัญหาที่กระทบต่อการเรียนการสอนและคุณภาพชีวิตของนักเรียน รวมถึงข้อจำกัดที่ทำให้ครูต้องเสียเวลาไปกับภารกิจนอกเหนือจากการสอน เพื่อให้การสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการไปถึงโรงเรียนได้ตรงจุดมากขึ้น
"สิ่งที่เราเห็นจากโรงเรียนต้องไม่จบแค่รายงานกลับส่วนกลาง แต่ต้องนำไปสู่การแก้ปัญหา ถ้าเรื่องไหนแก้ได้ต้องเร่งทำ เรื่องไหนต้องประสานหน่วยงานก็ต้องตามต่อ เพราะสุดท้ายคนที่ได้รับผลจากระบบการศึกษาคือเด็ก และคนที่อยู่ใกล้เด็กที่สุดคือครู" นายอัครนันท์ กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าขับเคลื่อนการลดภาระครู ควบคู่กับการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมกับบริบท เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับห้องเรียนมากขึ้น และให้นักเรียนได้รับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่
Advertisement