
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์–กัมพูชา (ผอ.JIC) กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชานำประเด็นปัญหาชายแดนขึ้นกล่าวบนเวทีการประชุมกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (NAM) ที่ประเทศเซอร์เบีย พร้อมระบุว่า “การรุกรานของไทยไม่อาจถูกเพิกเฉยได้อีกต่อไป” ว่า ประเทศไทยเห็นด้วยกับหลักการสำคัญที่ว่า เขตแดนไม่ควรถูกเปลี่ยนแปลงด้วยกำลัง แต่หลักการเดียวกันนั้นหมายความว่า เขตแดนก็ไม่ควรถูกตัดสินด้วยคำกล่าวอ้างฝ่ายเดียวบนเวทีระหว่างประเทศเช่นกัน
พล.อ.อ.ประภาสกล่าวว่า การเรียกพื้นที่ใดว่าเป็นของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ไม่ได้ทำให้ข้อพิพาทสิ้นสุดลง และลวดหนาม สิ่งกีดขวาง หรือมาตรการรักษาความปลอดภัย ก็ไม่ใช่การปักปันเขตแดน โดยประเทศไทยยึดถือถ้อยแถลงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกัน
“หากกัมพูชาเชื่อมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศอย่างที่กล่าวต่อประชาคมโลก สิ่งที่ควรทำคือ นำข้อเท็จจริงและข้ออ้างเข้าสู่กลไกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ ไม่ใช่ประกาศข้อสรุปฝ่ายเดียว แล้วขอให้ประชาคมระหว่างประเทศยอมรับตามนั้น” พล.อ.อ.ประภาสกล่าว
พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยพร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมเจรจา และพร้อมเดินหน้าสู่สันติภาพ บนพื้นฐานของข้อตกลง กฎหมาย และข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้
ทั้งนี้ พล.อ.อ.ประภาสได้ย้ำหลักการดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า
“Borders cannot be changed by force but neither can they be determined by unilateral claims.”
หรือ “เขตแดนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยกำลัง แต่ก็ไม่สามารถกำหนดได้ด้วยคำกล่าวอ้างฝ่ายเดียวเช่นกัน
Advertisement