
วันที่ 2 ก.ย. 69 นาย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม โพสต์เฟซบุ๊ก ตอกกลับ ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต เป็นนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และผู้อำนวยการหลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หลังเรียก “ ครม.สัญจร” ว่า “บันเทิงสัญจร” ว่า ถ้าเรามองด้วยอคติ เราก็อาจจะเห็นอะไรได้ไม่ครบ ครม.สัญจรคราวนี้ น่าจะเป็นครั้งแรกที่เริ่มจากการรับฟัง ทำ work shop กับประชาชนในพื้นที่ โดยจะมีรัฐมนตรีและราชการเข้าร่วมด้วย
ท่านนายกฯ มาร่วมกิจกรรม ดำเนินการประชุม ทุกโครงการ แบบไม่ตัดโอกาสคนในพื้นที่เลย หลายกิจกรรมล่วงเลยเวลา ท่านนายกฯ บอกเอาให้เต็มที่ ทั้งที่ฝ่ายจัดพยายามตัดบท แต่ท่านนายกฯ บอก "ผมอยากฟัง" ปัญหาชายแดนใต้ ปัญหาคมนาคม ปัญหาน้ำท่วม หลายโครงการไม่ได้มีการเตรียมการไป แต่เกิดจากการนำเสนอหน้างาน
งานเลี้ยงรับรอง ครม. ท่านนายกฯ เลทจากการรับฟังปัญหาในจุด ก่อนๆ มา 2 ชม. แต่ท่านนายกฯ กำชับทุกคนว่า เขาตั้งใจจะโชว์ของดีของบ้านเขา ไม่ว่าจะเป็นการแสดง อาหาร ขอให้ทุกคนมาร่วมงาน และเป็นโอกาสดี ที่ส่วนต่างๆ จะทำความรู้จักกัน เพื่อให้ทำงานด้วยกันในอนาคตได้ง่ายขึ้น ในงานเลี้ยงนั้น ท่านนายกฯ ยังเซ็นต์เรื่องเข้า ครม.ที่เพิ่มเติมจากในพื้นที่เลยครับ
การร้องเพลงผมว่าก็เป็นเรื่องธรรมดานะ และที่สำคัญ คือร้องปิดงานด้วย ไม่งั้นจะไม่ได้กลับบ้านกัน เพราะของดีภาคใต้เยอะมาก
ในการประชุม ครม.ก็เป็นการประชุมเพื่อแก้ปัญหา ภาคใต้ และปัญหาที่ค้างคาของประเทศ รถไฟรางคู่ เหนือก็ได้ อีสานก็ได้ ระบบประกันภัยธรรมชาติ เป็นภาพรวมทั้งประเทศ
ผมเชื่อว่า หลายท่าน ได้เห็นในภาพข่าวต่างๆแล้ว แต่บางคน อาจจะไม่เห็นภาพเหล่านั้น ไม่รู้เพราะอคติบังตา หรือมีเจตนา ที่จะปิดตาตัวเอง จนเลือกที่จะเปิดตามอง เฉพาะ สิ่งที่ทำให้สิ่งที่ทำมาทั้งหมดดูด้อยค่า ด้วยคำพูดไม่กี่คำ ภาพถ่ายไม่กี่ภาพ
การวิจารณ์ ย่อมเป็นสิ่งที่ ผู้บริหารควรรับฟัง แต่การวิจารณ์ ที่ปราศจากข้อเท็จจริง และใช้เหตุการณ์บางเหตุการณ์ มาทำให้ภาพแคบลง ด้อยค่าผู้อื่นยกตนให้สูงขึ้น มันเข้าข่าย ภาษิตที่ว่า ยกตนข่มท่าน (ตรูดีสุดพวกตรูดีสุด พวกมรึงแย่หมด) แต่ถ้าเขามีอคติเราก็คงจะเปลี่ยนเขาไม่ได้ ไม่งั้นก็เข้าข่าย ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า ก็หวังว่าจะใช้วิธี ประมวลและอธิบาย ในภาพรวมนะครับ
Advertisement