
นายนิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบหมายให้นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวง พม. เป็นประธานเปิดงาน ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา กรุงเทพฯ โดยมี น.ส.สนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พร้อมผู้บริหารและภาคีเครือข่ายเข้าร่วม
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของงานคือการเชื่อมโยง “คนกับโอกาส ศักยภาพกับความต้องการ ทักษะกับงาน และความคิดสร้างสรรค์กับตลาด” เพื่อให้คนพิการสามารถพัฒนาทักษะไปสู่การมีงานทำ ประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง พร้อมสร้างความเข้าใจใหม่ว่า “ความพิการไม่ใช่ข้อจำกัดของศักยภาพ” หากได้รับโอกาสและมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานจากเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) กระทรวง พม. มุ่งส่งเสริมการ Re-skill และ Up-skill คนพิการ ทั้งทักษะดิจิทัล การใช้ AI การสร้างสื่อ การตลาดออนไลน์ E-Commerce และการบริหารธุรกิจยุคใหม่ รวมถึงสนับสนุนการทำงานระยะไกล อาชีพอิสระ และการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อลดข้อจำกัดด้านพื้นที่และเพิ่มช่องทางสร้างรายได้
ภายในงานแบ่งกิจกรรมเป็น 6 โซน ตั้งแต่เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และลงนามความร่วมมือ การแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อคนพิการ การให้คำปรึกษาด้านสิทธิและสวัสดิการ การจับคู่จ้างงาน ตลาดสินค้าและบริการจากคนพิการทั่วประเทศ ไปจนถึงเวิร์กช็อปพัฒนาทักษะอาชีพและดิจิทัล
นอกจากนี้ ยังมีการลงนาม MOU เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน พัฒนาทักษะและอาชีพ ขยายตลาดให้คนพิการ รวมถึงผลักดันการจ้างงานตามมาตรา 33 และการสนับสนุนทางเลือกตามมาตรา 35 ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับ Job and Market Fair 2569 จัดขึ้นใน 2 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ วันที่ 31 สิงหาคม–1 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา และจังหวัดนครราชสีมา วันที่ 12–13 กันยายน 2569 ณ MCC Hall ชั้น 3 เดอะมอลล์ นครราชสีมา มีบูธจากกระทรวง พม.และภาคีเครือข่ายรวมกว่า 428 บูธ ตั้งเป้าผู้เข้าร่วมทั้ง Onsite และ Online มากกว่า 12,000 คน
ปลัด พม. ย้ำว่า งานนี้ไม่ใช่เพียงมหกรรมสมัครงานหรือพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่ต้องการเปลี่ยนทักษะเป็นโอกาส เปลี่ยนโอกาสเป็นงาน และเปลี่ยนอาชีพเป็นรายได้และความมั่นคง ภายใต้นโยบาย “อยู่ดี มีโอกาส” เพื่อให้คนพิการก้าวจากผู้รับความช่วยเหลือสู่ผู้สร้างงาน สร้างอาชีพ และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย
Advertisement