
วันที่ 30 ส.ค. นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตััง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่กกต. เตรียมลงมติจะเอาผิดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฮั้วสว. เพียงแค่ 10 คน ว่า ที่ประชุม กกต. ได้พิจารณาสำนวนเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา และกกต.ทั้ง 7 คนจะนัดลงมติพร้อมกันในวันที่ 14 ก.ย. ซึ่งการเว้นระยะเวลาเนื่องจากมีบางประเด็นต้องสอบถามและหาข้อมูลเพิ่มเติม อีกทั้งการลงมติจะต้องมีเหตุผลประกอบอย่างรอบคอบ ยืนยันว่าในที่ประชุมไม่มีการพูดคุยล่วงหน้าว่าจะชี้มูลกี่คน เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของ กกต. แต่ละท่านที่จะพิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวน
นายณรงค์ กล่าวด้วยว่า วันที่ 14 ก.ย.นี้ กกต.ทั้ง 7 คนจะลงมติสำนวนคดีฮั้ว สว. โดยเมื่อลงมติเสร็จแล้วก็จะทำคำวินิจฉัยต่อไป
สำหรับใน วันที่ 14 ก.ย.69 ซึ่ง กกต. กำหนดให้เป็นวันประชุม เพื่อลงมติส่วนตน ของ กกต. ทั้ง 7 คน ว่า แต่ละคนจะมีความเห็นการดำเนินการคดี กับใครบ้าง อย่างไร และจะส่งให้ศาลวินิจฉัย หรือไม่
จากนั้นจะมีการนำมติดังกล่าว มาประมวลแล้วทำเป็นคำวินิจฉัย ก่อนที่จะดำเนินการตามที่ได้วินิจฉัยไว้ เช่น ส่งหรือไม่ส่งให้ศาลพิจารณาต่อ และ ต้องดำเนินคดีกับใครบ้าง ดังนั้น ก็ต้องรอดูผลการลงมติ จาก กกต. ในวันที่ 14 ก.ย. นี้
เมื่อถามถึงกรณีเอกสารสำนวนหลุดไปยังกลุ่มไอลอว์ (iLaw) และพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หรือไม่ นายณรงค์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร คาดว่าจะมีความคืบหน้าและทราบผลในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเปิดหลักฐานข้อมูลการโทรศัพท์ระหว่างบุคคลในวันเลือกสว.ระดับประเทศเพื่อพาดพิง กกต. นั้น นายณรงค์ ชี้แจงว่า หากหลักฐานดังกล่าวมีอยู่ในสำนวน กกต. ก็พร้อมนำมาพิจารณา แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง กกต. แต่การทำงานขององค์กรต้องมีความต่อเนื่อง เป็นเรื่องของการทำหน้าที่ตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ในสำนวนเท่านั้น
Advertisement