
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ร่วมการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 37 จังหวัด โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องพร้อมด้วยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งกำหนดแนวทางฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเต็มกำลัง ตนพร้อมสนองนโยบายดังกล่าว โดยจะระดมสรรพกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และทรัพยากรจากทุกหน่วยงานเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งคืนสาธารณูปโภคและทำให้ประชาชนกลับเข้าบ้านได้โดยเร็วที่สุด เพราะขณะนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด คือ “การฟื้นฟู”
ในส่วนของ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ได้ระดมเครื่องจักรและกำลังคนเข้าพื้นที่เพื่อเร่งซ่อมแซมระบบ คาดว่าจะสามารถจ่ายน้ำได้สมบูรณ์เต็มระบบภายในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่อาจยังพบปัญหาเรื่องแรงดันน้ำ ปริมาณน้ำ และจุดที่ท่อประปาแตกหัก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการแก้ไขให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน กรมโยธาธิการและผังเมือง ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระดมสรรพกำลัง เครื่องจักร รถตัก รถบรรทุก และอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อเร่งขนย้ายดินโคลน ขยะ สิ่งปฏิกูล และเศษวัสดุที่ตกค้างจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก พร้อมเร่งฟื้นฟูเส้นทางและระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหาย โดยตั้งเป้าหมายเร่งดำเนินการภายใน 7 วัน เพื่อให้พื้นที่กลับเข้าสู่สภาพพร้อมใช้งาน และให้ประชาชนสามารถกลับเข้าบ้านพักได้โดยเร็ว
สำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่ ศูนย์ ปภ.เขต 15 เชียงราย ได้สนับสนุนรถดูดโคลน 1 คัน เข้าดูดล้างโคลนในชุมชนบ้านดอนมูล หมู่ที่ 6 ตำบลแงง ขณะที่รถตักล้อยาง 1 คัน และรถบรรทุกเทท้าย 4 คัน เข้าตักและขนย้ายดินโคลนและเศษวัสดุจากพื้นที่บ้านเฮี้ย ตำบลศิลาแลง ไปยังจุดทิ้งดิน พร้อมสนับสนุนรถประกอบอาหารและรถผลิตน้ำดื่ม เพื่อจัดเตรียมอาหารและน้ำดื่มสำหรับผู้ประสบภัย ณ ศูนย์พักพิงที่ว่าการอำเภอปัว จำนวน 3,000 กล่อง
ด้านศูนย์ ปภ.เขต 5 นครราชสีมา ได้ส่งรถตักล้อยาง รถบรรทุกเทท้าย และเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาดซอยวัดร้อง ตำบลปัว ระยะทางประมาณ 200 เมตร รวมถึงร่วมกับศูนย์ ปภ.เขต 15 เชียงราย ขนย้ายดินโคลนและขยะในพื้นที่บ้านเฮี้ย หมู่ที่ 1 ตำบลศิลาแลง พร้อมส่งรถบรรทุกน้ำขนาด 12,000 ลิตร เข้าฉีดล้างทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนบริเวณซอยข้างโรงเรียนบ้านส้าน ตำบลสถาน อำเภอปัว
นอกจากนี้ ยังมีการจัดรถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล ตั้งสถานีสูบน้ำ ณ สระน้ำสวนสาธารณะ 200 ปี อำเภอปัว เพื่อสนับสนุนน้ำให้รถบรรทุกน้ำของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนนำไปใช้ล้างทำความสะอาดบ้านเรือน รวมถึงรถบรรทุกน้ำขนาด 10,000 ลิตร สนับสนุนน้ำสะอาดจากการประปาส่วนภูมิภาคให้ประชาชนใช้สำหรับอุปโภคบริโภค ณ วัดป่าเหมือด ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว
นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การฟื้นฟูครั้งนี้จะต้องดำเนินการให้ครบทุกมิติ ไม่ใช่เพียงการเก็บกวาดพื้นที่ แต่ต้องเร่งคืนระบบสาธารณูปโภค ฟื้นฟูเส้นทาง บ้านเรือน และพื้นที่ชุมชน ควบคู่กับการเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัย และเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและทั่วถึง
“การฟื้นฟูคือขั้นตอนที่ยากที่สุด แต่เราจะทำให้ดีที่สุด หากมีอะไรผิดพลาดหรือบกพร่อง ผมขอรับผิดชอบไว้แต่เพียงผู้เดียวครับ” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
Advertisement