
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ถูกแจ้งความดำเนินคดี ข้อหาทำร้ายร่างกาย รองผู้กำกับ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า ทางพรรคยืนยันว่า เราจะต้องดำเนินการ โดยยึดมั่นในหลักการและปกป้องศักดิ์ศรีของตำรวจ ตลอดช่วงเวลาที่เกิดเหตุ เราได้พยายามแสวงหาข้อเท็จจริง ให้ได้มากที่สุด แต่วันนี้สามฝ่ายที่มีข้อเท็จจริงปรากฏ ดูแล้วยังขัดแย้งกัน คือ รองผู้กำกับซึ่งเป็นผู้เสียหาย ที่ออกมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายชัยชนะ หลังเกิดเหตารณ์ไปแล้ว 4 วัน โดยที่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์เลย แล้วแจ้งข้อกล่าวหาเพียงว่ามีการทำร้ายร่างกาย โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ เข้าข้อกฎหมายมาตรา 391 อย่างไรก็ตาม ทางพรรคต้องแสวงหาข้อเท็จจริงจากผู้เสียหายด้วย
นายพงศกร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีผู้กำกับการสภ.ทุ่งใหญ่ ในฐานะผู้บังคับบัญชาของรองผู้กำกับ ที่ให้สัมภาษณ์ประมาณ 4-6 ครั้ง โดยช่วงแรกพูดว่า ไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ไม่มีอะไร ถัดมาพูดว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ ครั้งต่อมาผู้กำกับยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง แต่เป็นการหยอกล้อ และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้าย ในขณะที่นายชัยชนะ ก็ได้แถลงและไปพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีการทำร้าย และไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายรองผู้กำกับ และประชาธิปัตย์พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทางตำรวจแน่นอน
นายพงศกร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ มองดูแล้วข้อมูลอาจจะยังขัดแย้งกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นร่วมกันคือมีเหตุการณ์นี้ขึ้น ซึ่งทั้งนายชัยชนะและรองผู้กำกับ ได้สรุปว่าเป็นการหยอกล้อกันจริง และเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นวันถัดมารองผู้กำกับยังไปร่วมงานศพตามปกติ มีการถ่ายรูปร่วมกับนายชัยชนะ และแจ้งกับผู้บังคับบัญชาว่าไม่ติดใจเอาเรื่อง แต่สุดท้ายก็มีข่าวออกมาว่า มีการไปแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อที่จะเรียกร้องศักดิ์ศรีของตำรวจ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็เข้าใจในประเด็นนี้
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญที่เราต้องพูดกัน 2 เรื่อง คือ 1.การได้รับบาดเจ็บ สมมติว่า ได้รับบาดเจ็บไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือสาหัส จะมีเจตนาหรือไม่มีเจตนา ก็มีความผิดตามกฏหมายแต่เท่าที่ตนทราบ และเท่าที่นายชัยชนะรับทราบข้อกล่าวหา คือเรื่อง การทำร้ายไม่ได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นถ้าผู้เสียหายยืนยันว่า ไม่ได้รับบาดเจ็บ ก็ต้องมาพิสูจน์กันในเรื่องของเจตนาว่า นายชัยชนะ มีเจตนาไปทำร้ายเขาหรือไม่ ซึ่งตรงนี้นายชัยชนะก็ยืนยันแล้วว่า ไม่มีเจตนา และผู้กำกับก็ยืนยันว่าเป็นการหยอกล้อ
“พรรคประชาธิปัตย์เราไม่ได้ฟังแค่ ผู้กำกับสภ. หรือนายชัยชนะ แต่เราต้องการรู้ความจริงว่า นายชัยชนะมีเจตนาในการทำร้ายเขาหรือไม่ หากมีเจตนาในการทำร้ายก็ย่อมผิดอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่พรรคได้พยายามทำในช่วง 2-3 วัน คือการแสวงหาข้อเท็จจริง เช่น พยานแวดล้อม บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ เราพยายามสอบถามว่า มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ เกิดขึ้นในลักษณะใด และพรรคได้ขอคลิปเหตุการณ์ เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นพยานแวดล้อมหรือพยานหลักฐานที่เป็นคลิปอย่างใดอย่างหนึ่งที่น่าเชื่อถือ เราก็ไม่ต้องมาพิสูจน์ว่านายชัยชนะมีเจตนาหรือไม่ เพราะภาพมันฟ้อง ซึ่งสุดท้ายแล้วหากพบว่านายชัยชนะ มีเจตนาทำร้ายจริงๆ พรรคก็ต้องดำเนินการ เพราะเรายึดมั่นในหลักการของกฎหมาย ยึดมั่นในศักดิ์ศรีของตำรวจ ดังนั้นนักการเมืองก็ต้องมีการดำเนินการในเรื่องของจริยธรรมและ ระเบียบพรรคการเมือง ที่จะควบคุมให้รักษาจรรยาบรรณของนักการเมืองให้ได้ ดังนั้นถ้าท่านใดมีพยานแวดล้อม พยานหลักฐาน มีคลิปหรือแม้กระทั่งผู้เสียหายพร้อมที่จะมายืนยันด้วยหลักฐานที่มี เราก็พร้อมที่จะดำเนินการในเรื่องตามระเบียบพรรค”โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
เมื่อถามย้ำ ว่าเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการหยอกล้อกันใช่หรือไม่ นายพงศกรกล่าวว่าเราไม่เชื่อทั้งหมด ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะออกมาพูดอย่างไรสุดท้ายเราต้องดูพยานแวดล้อมและพยานหลักฐานซึ่งวันนี้คือการพิสูจน์เจตนาว่า นายชัยชนะมีความพยายามที่จะทำร้ายหรือไม่ จะตบที่ไหน ตีที่ไหน หรือจะแค่กอดคอ ถ้ามีเจตนาทำร้ายมันก็ผิด
เมื่อถามว่านายชัยชนะ ระบุว่าเรื่องนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง นายพงศกร กล่าวว่า ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีส่วนแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมแน่นอน มีแต่การสนับสนุน ดังนั้นขอให้ทุกพรรคการเมืองปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ รวมถึงตำรวจก็ต้องเป็นคนที่พิทักษ์รับใช้ประชาชน ไม่ใช่เป็นทาสของนักการเมือง ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ตำรวจไม่ควรรับฟัง แต่เอาข้อเท็จจริงมาสู้กัน เพราะเจ้านายคือประชาชน ดังนั้นไม่ควรที่จะมีพรรคการเมืองเข้าไปแทรกแซงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนั้นหากนายชัยชนะกระทำผิดก็จะต้องมีการยื่นตรวจสอบจริยธรรม และยินดีให้ตรวจสอบจริยธรรมหากพบว่าในชัยชนะมีความผิดจริงก็จะต้องดำเนินการตามระเบียบเพื่อรักษาอุดมการณ์จริยธรรมพรรคและจริยธรรมของนักการเมืองไว้
เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องนี้จะกระทบฐานเสียงภาคใต้ของพรรคได้หรือไม่ นายพงศกร กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ผ่านมา 80 ปีย่อมมีความผิดพลาดได้ แต่พรรคการเมืองไม่สามารถที่จะไม่ยึดหลักกฎหมายได้ และไม่สามารถเอาตัวเองเป็นที่ตั้งได้ ยืนยันว่า หากนายชัยชนะผิดจริงเราก็ต้องมีการดำเนินการภายในพรรค เพื่อรักษาอุดมการณ์พรรคและจริยธรรมพรรค และจริยธรรมนักการเมืองอย่างแน่นอน
Advertisement