
วันนี้ (12 สิงหาคม 2569) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้าถึงเว็บไซต์ที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมเลียนแบบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนย่านนนทบุรี โดยระบุว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเนื้อหาที่เยาวชนเข้าถึง ไม่ใช่ดาร์กเว็บตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ แต่เป็นการใช้งานยูทูปปกติ โดยเป็นการค้นหาและรับชมคอนเทนต์ประเภทสารคดี (Documentary) ทั่วไป ไม่ใช่เนื้อหารุนแรงในรูปแบบที่หลายคนจินตนาการ จึงไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถปิดกั้นหรือห้ามรับชมได้
นายไชยชนก กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา กสทช. ได้ประสานความร่วมมือกับหลายแพลตฟอร์มและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Apple และ Meta เพื่อผลักดันนโยบายคุ้มครองเด็กและเยาวชน (Child Protection Policy) รวมถึงการป้องกันปัญหามิจฉาชีพ ข่าวปลอม (Fake News) Deep Fake และสแกมเมอร์ (Scam) มาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดจากการพูดคุยกับ Apple ได้มีการตกลงที่จะปรับนโยบายคุ้มครองเด็ก ซึ่งในอุปกรณ์โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ จะกำหนดให้โหมดการคุ้มครองเด็ก( Child Protection)เป็นค่าเริ่มต้น (Default) จากโรงงานทันที โดยที่ผู้ปกครองไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าเอง ขณะที่แพลตฟอร์มอื่นยังอยู่ในระหว่างการหารือ
เมื่อถามถึงประสิทธิภาพในการป้องกัน นายไชยชนก ยอมรับว่า ท้ายที่สุดแล้วเด็กยังอาจเข้าถึงได้ผ่านบัญชีของผู้ปกครอง หรือการปลดล็อกระบบ แต่การตั้งค่าให้เป็น Default ไว้ก่อน ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างข้อจำกัด ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทั้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและผู้ผลิตอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์
นอกจากนี้ นายไชยชนก ยังเปิดเผยถึงประเด็นการใช้งานเกมของเยาวชนรายดังกล่าวว่า ตรวจสอบพบการสร้างร้านขายปืนจำลองภายในเกม ซึ่งทาง กสทช. ได้ติดต่อไปยังสมาคมเกมเพื่อหาแนวทางร่วมกัน โดยไม่ได้มุ่งเน้นการแบนหรือบล็อกเกม แต่เป็นการหาแนวทางติดตามพฤติกรรม (Tail) หากพบผู้ใช้งานหรือบัญชีใดที่แสดงความสนใจเรื่องอาวุธปืนเป็นพิเศษ เพื่อประสานข้อมูลให้หน่วยงานภาครัฐเฝ้าระวังและติดตามพฤติกรรมต่อไป
Advertisement