
วันที่ 3 ส.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเหตุการณ์ความไม่สงบล่าสุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเกิดการปะทะกันระหว่างคนร้ายกลุ่มค้ายาเสพติด เป็นเหตุให้ตำรวจ สภ.ตากใบ เสียชีวิต 2 นาย ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยในวันนี้ พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะ จะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ซึ่งตนได้กำชับให้ฝ่ายปกครองเข้าไปประสานงานและดูแลชาวบ้านอย่างใกล้ชิด
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้มีเพียงกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ แต่ยังเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดและลักลอบค้าของเถื่อน นายกรัฐมนตรีได้กำชับอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ได้กำชับให้ปราบปรามยาเสพติดอย่างเต็มที่ พร้อมระบุว่า ในวันพุธที่ 6 สิงหาคมนี้ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินทางเยือนประเทศไทย โดยปัญหายาเสพติด สารพิษในแม่น้ำ และปัญหาฝุ่นมลพิษ จะเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องหยิบยกขึ้นมาหารือกันอย่างจริงจัง ส่วนเรื่องอื่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่าไร
เมื่อถามว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาการค้ายาเสพติดและการลักลอบค้าของเถื่อนถือเป็นปัญหาใหญ่ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง เราไม่รู้ว่าใครจะทำผิดกฎหมาย แต่หากใครท้าทายกฎหมาย ผู้สื่อข่าวก็จะเห็นว่ามีการจับกุมในทุกคดี ทั้งยาเสพติดและของเถื่อน ขณะนี้รถเอกซเรย์ตรวจหายาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้สั่งซื้อไว้ ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว
ส่วนการปราบปรามสินค้าของเถื่อน ก็มีการจับกุมที่จังหวัดระนอง มูลค่ากว่า 200–300 ล้านบาท พร้อมกล่าวว่า “หากอยากเจ๊งก็ลอง” และเมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็มีการจับกุมในจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่ ก่อนย้ำว่า “ผมไม่สนใจตรงนั้น ผมสนใจแค่ว่าใครแหยมเข้ามาก็โดนจับ วันนี้เคลียร์ไม่ได้ สิ่งที่ให้ความมั่นใจกับประชาชนในรัฐบาลชุดนี้คือ "ไม่มีการเคลียร์" เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ทำให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ใครอยากจะโทรเข้ามาก็รับสายได้ แต่เคลียร์ไม่ได้ ก็เห็นกันอยู่แล้ว หน้าแตกไปตั้งหลายคนแล้ว”
ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการปิดล้อมพื้นที่ใน สภ.ลำใหม่ จังหวัดยะลา และเกิดการปะทะกันขึ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้รับรายงานทุกอย่างแล้ว และมีหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแล รับนโยบายและข้อสั่งการให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อระงับเหตุ ป้องกันเหตุ และปราบปรามผู้กระทำความผิด โดยไม่ต้องถามกลับมายังรัฐบาล เพราะอำนาจในการปฏิบัติการอยู่ที่เจ้าหน้าที่ทั้งหมดแล้ว
เมื่อถามว่า การปราบปรามผู้กระทำความผิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ควบคู่กับการเดินหน้าพูดคุยสันติภาพ จะทำให้สถานการณ์บานปลายหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "เรื่องการพูดคุยก็ต้องเดินหน้าพูดคุย ส่วนการป้องกันและปราบปรามก็ต้องดำเนินการควบคู่กันไป"
ส่วนการเดินทางเยือนประเทศอินโดนีเซียในวันนี้ จะมีการหารือเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกเรื่องมีความสำคัญ จึงจะมีการหารือทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการขอความร่วมมือในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งล้วนมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างกัน
Advertisement