Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ป้าสนองยื่นหนังสือถึง"อนุทิน"ปมถูกจนท.รัฐกดขี่ข่มเหงใช้อำนาจโดยมิชอบ

ป้าสนองยื่นหนังสือถึง"อนุทิน"ปมถูกจนท.รัฐกดขี่ข่มเหงใช้อำนาจโดยมิชอบ

17 ก.ค. 69
14:32 น.
แชร์

"ป้าสนอง" ยื่นหนังสือถึง"อนุทิน"ปมถูกจนท.รัฐกดขี่ข่มเหงใช้อำนาจโดยมิชอบกลั่นแกล้งปักป้ายยึดที่ดินพิสูจน์สิทธิและครอบครองทำกินแล้วชี้ขัดต่อนโยบายรัฐบาล

วันที่ 17 กรกฎาคม ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล นางสนอง พลวิเศษ ชาวบ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง พร้อมนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ ดร.ณัฏฐ์ ทนายความส่วนตัวของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางมายังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ผ่านตัวแทนศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล ถึงนายอนุทิน ชาญวีกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีที่นางสนอง ร้องขอความเป็นธรรม เพื่อขอให้ช่วยเหลือนางสนอง อ้างถูกนิคมสร้างตนเอง จังหวัดระยอง เจ้าหน้าที่ของรัฐ ราวมกันกระทำจงใจ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและกระทำคุกคาม กดขี่ข่มเหง ทำให้เกิดความหวาดกลัวให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต กระทบต่อความเป็นอยู่และกระทบต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรมในที่ดินของตนเอง ที่ผ่านการพิสูจน์สิทธิและตรวจสอบแล้ว ว่า เป็นที่ดินของนางสนอง โดย นายสว่างพงศ์ เมธีกุล ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองในขณะนั้น แจ้งผลการตรวจสอบให้นางสนอง ทราบแล้ว

โดยต่อมาเมื่อนาง (ก) เข้ามาดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ถึงปัจจุบัน กลับบิดเบือนข้อเท็จจริง ใช้อำนาจโดยกลั่นแกล้ง กดขี่ข่มเหง โดยไม่ปฏิบัติผลการตรวจพิสูจน์ที่ดินของกรมพัฒนสังคมและสวัสดิการ และหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบที่ดินว่านางสนอง เป็นผู้ครอบครองที่ดินและทำประโยชน์ทั้งแปลง

ในคำร้องขอความเป็นธรรม ระบุว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2561 นาง (ข) เจ้าพนักงานธุรการ ชำนาญงานในขณะนั้น ใช้อำนาจ ข่มขู่ จะยึดที่ดินและทำบันทึกถ้อยคำแบ่งงแปลงที่ดินให้ นาย (ค.) นักการเมืองท้องถิ่นและอดีตนายก อบต.แห่งหนึ่ง โดยทำนิติกรรมแบ่งที่ดินกึ่งหนึ่งด้านติดคลองให้แก่นาย (ค.) กึ่งหนึ่ง และแจ้งว่า ไม่ต้องมาติดต่อนิคมสร้างตนเองระยอง 5 ปี ทำให้นางสนอง เข้าใจโดยสุจริตว่า ตนจะถูกยึดที่ดิน เพราะขาดความรู้ความเข้าในกฎหมายจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ และเกรงกลัวอำนาจและอิทธิพลของบุคคลทั้งสองกับพวก โดยมีนาย (ง) ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอปลวกแดง ซึ่งอาจเป็นเครือข่ายของนาย (ค) นักการเมืองท้องถิ่น ทำให้เกิดเงื่อนไขใหม่ เป็นเหตุให้ นาย (ค) คัดค้านในที่ดินที่นางสนอง ครอบครอง โดยนาย (ง) ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอปลวกแดง ในขณะนั้น ไม่ลงนามปกครองท้องที่ให้ ทำให้เป็นสารตั้งต้นให้นางสนอง ติดตามที่ดินของตนเองอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นาง (ก) ผู้ปกครองนิคมจังหวัดระยอง ออกหนังสือให้นางสนอง ห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดินของตนเอง และปักป้ายทับซ้อนที่นางสนอง ปักป้ายเป็นที่ดินส่วนบุคคลห้ามบุกรุก โดยนางสนอง ไปกล่าวโทษดำเนินคดีอาญาข้อหาบุกรุกฯ และทำให้เสียทรัพย์ กับพนง.สอบสวน สภ.ปลวกแดง โดยอยู่ระหว่างสืบหาตัวผู้กระทำผิด ต่อมาในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นางสนอง ยื่นหนังสือคัดค้านโดยออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะใช้ดุลพินิจขัดกับหลักการพิสูจน์สิทธิ ตามหนังสือแจ้งยอดกล่าวหาของนายสว่างพงศ์ในปี 2563

แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ของนิคมสร้างตนเอง ประวิงการรับหนังสือ โดยเข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง โดยไม่ปฎิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยสารบรรณฯ  โดยจงใจเขียนรับต้นฉบับในสำเนา โดยไม่นำเข้าสู่ระบบราชการ โดยประทับเลขรับหนังสือ ลงชื่อเจ้าหน้าที่ และลงวันที่ให้ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนแผนแผนทางราชการ จึงต้องเดินทางมายื่นหนังสือถึงท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มท.

นางสนอง กล่าวว่า ตนได้รับทุกข์ทรมานแสนสาหัส ตรอมใจเพราะถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐรวมหัวกับบุคคลอื่นโดยขัดขวางทุกช่องทาง ทำให้มีผลกระทบต่อจิตใจ ทนทุกข์ทรมาน โดยฆ่าตัวตายหลายครั้ง สะสมความเครียดทำให้โรครุมเร้าเพราะอายุมากแล้ว ทำให้เจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน ทำให้น้ำตาลสูง ทำให้การลุกลามไปยังเท้า ลุกลาม เน่า เปื่อย จนแพทย์ต้องตัดขา เพื่อรักษาชีวิต จนตกเป็นผู้พิการ ทำให้กระทบต่อความเป็นอยู่ ในการดำรงชีพ เพราะเกรงกลัวคำขามขู่ บังคับ ขู่เข็ญ เจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองกับพวก ไม่คิดว่าราชการไทย จะเป็นมาเฟีย หากินกับที่ดินชาวบ้านตาดำๆ ไม่มีทางต่อสู้กับอำนาจรัฐ ตนต้องมาขอพึ่งบารมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะตนถูกรังแก จนไม่มีที่ดินทำกิน และตนไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขในการที่นิคมจะออกหนังสือนรับรองการเข้าทำประโยชน์  หากนางสาวกขพรหรือฝนกับพวก ไม่ก่อให้เกิดขึ้น ตนได้รับหนังสือรับรองการทำประโยชน์จากนิคมสร้างตนเองไปนานแล้ว” นางสนองกล่าว

นางสนอง ยังกล่าวอีกว่า ทำไมต้องมาหากินบนหลังคนจน ทำนาบนหลังคน ในเมื่อใช้กระดาษตราครุฑ ทำแบ่งที่ดินพร้อมข่มขู่ไปด้วย มีใครชาวบ้านตาดำๆ จะไม่กลัว ขณะนี้ ตนเป็นผู้พิการ ต้องให้บุตรชาย ทำประโยชน์ในทีดินและเก็บเกี่ยวผลผลิตจากยางพาราที่มีอยุ 20 กว่าปี ประทังชีวิต เพราะทำเกษตรกรรมมีรายได้ช่องทางเดียว ตนเป็นคนพื้นที่แต่กำเนิดและครอบครองทำประโยชน์ก่อนที่ พรบ จัดทีดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ใช้บังคับ โดยครอบครองและทำประโยชน์ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน หากนาง (ข) เจ้าพนักงานธุรการ ไม่ทำสัญญา เป็นสารตั้งต้น ปัญหาวันนี้คงไม่เกิด

“นาง (ก) ไม่น่าจะมากดขี่ ข่มเหง ซ้ำเติมคนพิการอย่างตนเองอีกเลย หลังจากยื่นหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว จะไปยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โดยจะร้องกล่าวโทษคดีวินัยร้ายแรง จากนั้นจะเดินทางไปกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ปปป. ) กองบังคับการปราบปรามเพื่อให้ดำเนินคดีกับนาง (ข) กับพวก และนางนาง (ก) กับพวก ในความผิดอาญาต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการต่อไป” นางสนองกล่าวทิ้งท้าย.

Advertisement

แชร์
ป้าสนองยื่นหนังสือถึง"อนุทิน"ปมถูกจนท.รัฐกดขี่ข่มเหงใช้อำนาจโดยมิชอบ