
นายจีรเดช ศรีวิราช สส.พะเยา พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ต่อโครงการก่อสร้างตลาดกลางองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จังหวัดพะเยา วงเงิน 168 ล้านบาท ว่า การเลือกจังหวัดพะเยาเป็นที่ตั้งโครงการ ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญหรือเหตุผลทางการเมือง แต่เป็นการพิจารณาจากศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรของภาคเหนือ
นายจีรเดช กล่าวว่า พะเยาเป็นจุดศูนย์กลางที่สามารถเชื่อมโยงผลผลิตจากจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน แพร่ และลำปาง ทำให้สามารถรวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสอดรับกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะถนน R3A ที่ตัดผ่านจังหวัดพะเยารวมไปถึง โครงการรถไฟสายเชื่อมไทย-ลาว-จีน ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการขนส่งและการค้าชายแดนในอนาคต
"การมองว่า อ.ต.ก. จะแข่งขันกับตลาดเอกชนไม่ได้ จึงไม่ควรลงทุน อาจเป็นการมองเพียงมิติเดียว เพราะบทบาทของ อ.ต.ก. ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแข่งขันทางธุรกิจ แต่ยังมีภารกิจในการสร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกร" นายจีรเดช กล่าว
นายจีรเดช ระบุว่า แม้จะยอมรับว่าปัจจุบัน อ.ต.ก. มีปัญหาด้านฐานะการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไขและปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กร แต่ไม่ควรนำปัญหาดังกล่าวมาเป็นเหตุปฏิเสธทุกโครงการลงทุนที่มีศักยภาพในการสร้างประโยชน์ต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจในระยะยาว
"สิ่งสำคัญไม่ใช่คำถามว่า "ทำไมต้องเป็นพะเยา" แต่ควรถามว่า "จะทำอย่างไรให้การลงทุนครั้งนี้สร้างประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรไทย" ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันผลักดัน มากกว่าปิดโอกาสของโครงการตั้งแต่ต้น" นายจีรเดช กล่าวย้ำ
Advertisement