
วันที่ 15 ก.ค. 69 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ครั้งที่ 8/2569 ว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญและมีความห่วงใยต่อกรณีทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น พร้อมกำชับให้ดำเนินการเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด และสามารถชี้แจงต่อสาธารณชนได้อย่างชัดเจน
ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ นายวันชัย จันทร์พร ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ได้เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง รวมถึงกรรมการหลายคน
โดยที่ประชุมได้รับรายงานผลการตรวจสอบคะแนนดิบและคะแนนที่ประกาศผลจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งดำเนินการร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI นำคะแนนมาเปรียบเทียบกันจนพบความผิดปกติของผู้สอบรวม 5,814 ราย
ผู้ที่มีคะแนนผิดปกติแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนประมาณ 3,000 กว่าราย กลุ่มที่สอง เป็นผู้ที่มีคะแนนดีอยู่แล้วแต่คะแนนเพิ่มขึ้นอีกผิดปกติประมาณ 1,000 กว่าราย และกลุ่มที่สาม เป็นผู้ที่คะแนนต่างกันเพียง 1 คะแนน แต่เอกสารกระดาษคำตอบไม่ชัดเจน ประมาณ 400 กว่าราย
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นควรส่งรายชื่อทั้ง 5,814 ราย ให้ ก.กลาง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมาย เป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการเพิกถอนการบรรจุหรือไม่ โดยย้ำว่า ก.กลาง เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้
ส่วนการประชุมของ 3 ก. ซึ่งประกอบด้วย ก.อบจ. ก.เทศบาล และ ก.อบต. ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ จะมีมติเพิกถอนเลยหรือไม่นั้นระุบว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของที่ประชุม หลังได้รับข้อมูลทั้งหมด ขณะที่คำสั่งเพิกถอนในขั้นสุดท้าย จะต้องดำเนินการโดยนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผู้สอบแต่ละรายได้รับการบรรจุ
สำหรับการเลื่อนบัญชีสำรองขึ้นมาทดแทนผู้ที่อาจถูกเพิกถอน นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ต้องดำเนินการตรวจนับคะแนนใหม่ทั้งหมดก่อน เนื่องจากกระดาษคำตอบอยู่กับสำนักงาน ป.ป.ช. และจะต้องยึดข้อเท็จจริงใหม่ที่เกิดขึ้น หากพบความผิดปกติเพิ่มเติมก็สามารถดำเนินคดีได้ ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุยังไม่มีผลกระทบ แต่เมื่อมีตำแหน่งว่างจากการเพิกถอน ก็จะบรรจุผู้ที่มีคะแนนถึงเกณฑ์ตามลำดับ
ส่วนกรณีผู้ที่ถูกเพิกถอนการบรรจุ หากต้องเรียกคืนเงินเดือนหรือไม่นั้น นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า เป็นอำนาจของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่จะพิจารณาดำเนินการต่อไป
สำหรับผู้ที่ได้รับการบรรจุในรอบปี68 จำนวน 50,000 คน ที่สอบผ่าน ต้องมีการไล่ย้อนตรวจสอบทั้งหมดเลยหรือไม่ว่า นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ป.ป.ช. จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่การประกาศผลในครั้งนี้ แต่มีการไล่สืบไปเรื่อยๆ และตำรวจได้มีการจับกุมผู้กระทำความผิด โดยอาจจะมีการโยงใยไปในส่วนอดีตนี้ด้วย ก็ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่สืบสวนได้มา โดยหากเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด หรือพบว่าใครเกี่ยวข้อง ป.ป.ช. จะแจ้งไปในหน่วยงานนั้น
พร้อมกล่าวถึงกรณีที่เลขานุการคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ที่ปรากฏชื่อ ว่าถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เป็นการแต่งตั้งก่อนที่ ป.ป.ช.จะปรากฏชื่อ เมื่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว เขาก็ได้ถอนตัวออกจากคณะกรรมการทันที โดยจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้อีกต่อไปต่อไป เพราะเขาต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจ
Advertisement