
วันนี้ ( 14 ก.ค.) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายพรชัย โควสุรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุบลราชธานี กับพวก กรณีร่วมกันทุจริตโครงการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งเครื่องยนต์ดีเซล ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 นิ้ว จำนวน 80 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 ในราคาที่แพงเกินความเป็นจริง เป็นเหตุให้ อบจ.อุบลราชธานี และทางราชการได้รับความเสียหาย เป็นเงินจำนวน 8,000,000 บาท
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. ปรากฏว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อบจ.อุบลราชธานี ได้รับอนุมัติเงินกู้เพื่อพัฒนาให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเกษตรกรผู้ต้องการใช้น้ำตามโครงการเอาชนะความแห้งแล้งด้วยชลประทานระบบท่อ ต่อมา นายปรีชา พงษ์ทอง หัวหน้าฝ่ายพัฒนาแหล่งน้ำ กองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เสนอบันทึกขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการสืบราคา กำหนดคุณลักษณะและราคากลางครุภัณฑ์ตามโครงการดังกล่าว เพื่อจัดหาพัสดุครุภัณฑ์เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งเครื่องยนต์ดีเซล ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว สูบน้ำได้ไม่น้อยกว่า 540 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน 80 เครื่อง และอุปกรณ์เชื่อมต่อชลประทานระบบท่อ จำนวน 6 รายการ โดยนายพรชัย โควสุรัตน์ นายก อบจ.อุบลราชธานี ในขณะนั้น ได้ลงนามเห็นชอบและมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบราคา กำหนดคุณลักษณะและราคากลาง
คณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วย นายปรีชา พงษ์ทอง นักบริหารงานช่าง 6 เป็นประธานกรรมการ ส่วนกรรมการ ได้แก่ นายสุรพงษ์ ฟักทอง นักบริหารงานช่าง 6 นายเทิดศักดิ์ ดลสุข นายช่างโยธา 7ว นางสุรัชดา โชติพันธ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม 6ว และนายวิรัตน์ คูหะรัตน์ เจ้าหน้าที่บริหารทั่วไป 5
จากนั้นเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2556 คณะกรรมการชุดนี้ได้เสนอรายงานการสืบราคาถึงนายพรชัย ผ่านนายยุทธพล พันธุ์เพ็ง รองปลัด อบจ.อุบลราชธานี และนายปรีชา ในฐานะหัวหน้าฝ่ายพัฒนาแหล่งน้ำ โดยกำหนดราคาเครื่องสูบน้ำชุดดังกล่าวในราคาเครื่องละ 750,000 บาท ตามที่นายพรชัย สั่งการให้กำหนดราคานี้
จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 นายพรชัยเคยอนุมัติให้จัดซื้อเครื่องสูบน้ำที่มีคุณลักษณะเช่นเดียวกันนี้ในราคาเครื่องละ 650,000 บาท การกำหนดราคากลางในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 จึงสูงกว่าราคาที่เคยจัดซื้อมาแล้วเครื่องละ 100,000 บาท ทั้งที่ตามหลักเกณฑ์ของทางราชการระบุว่าการกำหนดราคากลางให้ใช้ราคาที่หน่วยงานเคยจัดซื้อภายใน 2 ปีงบประมาณ แต่นายพรชัยได้อนุมัติให้นำราคากลางดังกล่าวไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง และมีการทำสัญญาซื้อขายกับผู้ขายเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2556 ในราคาที่แพงเกินความเป็นจริง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการรวม 8,000,000 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วจึงมีมติ ดังนี้ 1.การกระทำของ นายพรชัย โควสุรัตน์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดฐานละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
2.การกระทำของ นายปรีชา พงษ์ทอง, นายสุรพงษ์ ฟักทอง, นายเทิดศักดิ์ ดลสุข, นางสุรัชดา โชติพันธ์, นายวิรัตน์ คูหะรัตน์ และนายยุทธพล พันธุ์เพ็ง มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ขั้นตอนหลังจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. จะส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งแจ้งผลให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทราบต่อไป
Advertisement