
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม จำนวน 2 เรื่อง ประกอบด้วย
1. เรื่องการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม ตามมติคณะรัฐมนตรีเดิม เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2568 ที่การดำเนินการในเรื่องของการลงทะเบียนต่างๆยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ จึงได้ขยายระยะเวลาต่อไปอีก 1 ปี ไปจนถึงวันที่ 1 ธันวาคม ปี 2570 โดยการขยายกรอบก็เพื่อให้กระบวนการในการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างชาติทั้ง 3 ประเทศครบถ้วน และไม่ให้ใครหลุดออกไปเป็นแรงงานนอกระบบ
ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการเพิ่มเติม ว่า ยังมีแรงงานอื่นๆ ในประเทศที่ยังคงค้างอยู่ จึงได้ให้ทางกระทรวงแรงงานเร่งรัดดำเนินการส่งเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป เพื่อดำเนินการในกลุ่มดังกล่าวให้แล้วเสร็จ
2. กระทรวงแรงงานได้ส่งร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพรูปแบบใหม่ เข้ามายังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ โดยเปลี่ยนการคิดคำนวณบำนาญชราภาพจากสูตรเก่าที่ใช้ระยะเวลา 5 ปีท้ายเป็นฐานคำนวณโดยเฉลี่ย ปรับเปลี่ยนมาเป็นระบบใหม่ที่ใช้การคำนวณโดยเฉลี่ยทุกเดือนของการส่งตลอดช่วงอายุการทำงาน หรือที่เรียกว่า สูตร Care
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนต่อไปจะส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตรวจสอบร่างให้ครบถ้วน จากนั้นเมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบเสร็จสิ้น ทางกระทรวงแรงงานก็จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 8 - 10 เดือน ถึงจะแล้วเสร็จ โดยเฉพาะกระบวนการพัฒนาระบบ เพื่อให้รองรับกับการคำนวณรูปแบบใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องเข้า ครม.อีกครั้ง
ทั้งนี้ นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า การคิดคำนวณชุดแบบใหม่จะเกิดความเป็นธรรมต่อผู้ประกันตนทุกคน หมายความว่า ทุกเม็ดเงินที่ส่งเข้าสู่สำนักงานประกันสังคมจะไม่ทำให้ผู้ประกันตนถูกลดเงินบำนาญ เช่น ในกรณีที่เคยเป็นพนักงานประจำตามมาตรา 33 และออกไปเป็นมาตรา 39 ก่อนจะกลับเข้ามาเป็น พนักงานประจำใหม่ ที่ผ่านมาการคิดคำนวณไม่สะท้อนการส่งจริง แต่การคิดคำนวณแบบใหม่จะเป็นการสะสม เพราะฉะนั้นคนที่ส่งเงินประกันสังคมเข้ามาก็จะทำให้เงินชราภาพเพิ่มขึ้นจึงเป็นสูตรที่เป็นธรรม
"การคิดคำควณที่ผ่านมาไม่สะท้อนการส่ง เราถึงมีการปรับเปลี่ยนใหม่ ซึ่งสูตรนี้สอดคล้องกับการคิดคำนวณหลายๆประเทศ โดยเฉพาะแถบยุโรปในกลุ่ม OECD ซึ่งการคิดคำนวณแบบนี้ จะเป็นการสะสม ไม่ว่าจะอยู่งานประเภทไหน ทุกครั้งที่ส่งเข้าไปจะทำให้บำนาญชราภาพของท่านเพิ่มมากขึ้น" นายจุลพันธ์ กล่าว
นอกจากนี้ จะมีการเยียวยาให้กับผู้ที่รับผลกระทบสำหรับผู้ที่เกษียณไปแล้วและรับเงินบำนาญอยู่ในขณะนี้ โดยจะคิดคำนวณทั้งสองแบบเพื่อดูว่า แบบไหนที่ให้ผลประโยชน์กับผู้ประกันตนมากกว่าก็จะได้รับสิทธิ์แบบนั้น
ส่วนกลุ่มคนที่กำลังจะเกษียณอายุในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้าก็จะมีการเยียวยา โดยปีที่ 1 จะชดเชยส่วนต่างให้ 100% จนถึงปีที่ 5 จะชดเชยส่วนต่างให้ 20%
นายจุลพันธ์ ย้ำว่า การคำนวณแบบนี้จะเป็นกลไกที่จะเดินหน้าเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกันตนและสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับกองทุนประกันสังคมด้วย ซึ่งโครงการนี้จะมีผู้ได้รับประโยชน์ประมาณ 600,000 ถึง 800,000 คน จะได้รับเงิน สมทบเฉลี่ยลดหลั่นกันไปตามระยะระยะเวลาที่จ่ายเงินเข้า กองทุนประกันสังคม
ส่วนเงินสมทบจากภาครัฐที่ส่งเข้ากองทุนประกันสังคมนั้น นายจุลพันธ์ ยอมรับว่า ยังคงมีค้างอยู่ โดยหากย้อนกลับไปเมื่อปี 58-59 รัฐค้างจ่ายประมาณ 1 แสนล้านบาท และรัฐบาลชุดต่อๆ มาทยอยชำระคืน และตัวเลขลดลงมาต่อเนื่อง และคาดว่าสิ้นปีงบประมาณ 69 น่าจะค้างจ่ายอยู่ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาท และจะพยายามชำระคืนให้ครบถ้วน แต่ด้วยข้อจำกัดงบประมาณ ในปี 70 จริงมีการตั้งชำระคืนประมาณ 7,000 ล้านบาท และทางกระทรวงแรงงานหารือกับสำนักงบประมาณว่า จะดำเนินการคืนเงินคงค้างที่เหลือให้แล้วเสร็จในปี 74
Advertisement