
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้างว่าการปฏิบัติการของฝ่ายไทยส่งผลให้โบราณสถานได้รับความเสียหาย โดยระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการนำเสนอข้อมูลจากฝ่ายกัมพูชาเพียงด้านเดียว พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองโบราณสถานและมรดกทางวัฒนธรรม รวมถึงยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด
ผู้อำนวยการ JIC กล่าวว่า การพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงทั้งหมด ไม่ใช่การเลือกนำเสนอเฉพาะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมาพบว่าฝ่ายกัมพูชาใช้พื้นที่โบราณสถานหรือพื้นที่เกี่ยวเนื่องเป็นที่ตั้งกำลังพลและฐานปฏิบัติการทางทหาร ตลอดจนใช้สนับสนุนการปฏิบัติการทางทหาร และมีการใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดโจมตีมายังฝ่ายไทย ส่งผลกระทบต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงกำลังพลของไทย
ผอ.JIC กล่าวอีกว่า การกล่าวถึงความเสียหายของโบราณสถานโดยไม่กล่าวถึงบริบททางทหารและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ย่อมไม่ใช่การนำเสนอข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนและเป็นธรรม
พร้อมกันนี้ขอยืนยันว่า ประเทศไทยมีสิทธิและหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนจากภัยคุกคามทางทหาร โดยการปฏิบัติการของฝ่ายไทยมุ่งเป้าเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ภายใต้หลักความจำเป็นทางทหาร หลักการแยกแยะ หลักความได้สัดส่วน และการใช้ความระมัดระวังเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและทรัพย์สินทางวัฒนธรรม
ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าวว่า JIC ขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชายุติการนำเสนอข้อกล่าวหาที่อาศัยข้อมูลเพียงฝ่ายเดียว และชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการวางกำลังและการใช้พื้นที่ใกล้เคียงหรือเกี่ยวเนื่องกับโบราณสถานเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารอย่างตรงไปตรงมา
“โบราณสถานและมรดกทางวัฒนธรรมไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความได้เปรียบทางทหาร หรือถูกนำมาใช้เป็นประเด็นทางการเมืองและการสื่อสารเพื่อกล่าวหาประเทศอื่น”ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าว
Advertisement