
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ หรือตัดงบประมาณในการป้องกันอุทกภัยนั้น ข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามที่มีการกล่าวอ้าง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่อย่างมาก จึงได้นำเรื่องนี้เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เป็นวาระพิเศษ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา เพื่อให้หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน จังหวัด และหน่วยงานปฏิบัติ นำข้อมูลจริงมาพิจารณาร่วมกัน
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ในการประชุม กรอ. ไม่ได้มีการตัดงบประมาณ แต่เป็นการวางระบบป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ทั้งเมือง โดยข้อเสนอวงเงิน 99.5 ล้านบาทที่มีการรายงานนั้น เป็นแผนระยะเร่งด่วน 9 รายการ ที่ทางคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) สงขลาเสนอมา มีบางรายการที่อาจจะ ซ้ำซ้อน กับแผนงานของหน่วยงานหลักอย่างกรมชลประทาน หรือ สทนช. ที่มีการเสนอโครงการงบประมาณไว้ก่อนแล้ว ซึ่งให้มีการนำไปทบทวนและเสนอเข้ามาอีกครั้ง และในระยะต่อไปยัง ขณะที่ยังมีแผนการลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวของกรมชลประทานและแผนภาพรวมของ สทนช. 128 โครงการ วงเงินประมาณ 4.57 หมื่นล้านบาทด้วย
นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียืนยันในที่ประชุม กรอ. ว่า รัฐบาลไม่ติดขัดเรื่องวงเงิน หากเป็นโครงการที่จำเป็นและแก้ปัญหาได้จริง แต่ต้องตรวจสอบให้โปร่งใส ไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการของหน่วยงานอื่น และไม่เปิดช่องให้เกิดการแบ่งซื้อแบ่งจ้างหรือใช้งบผิดวัตถุประสงค์
“การตรวจสอบงบประมาณไม่ใช่การไม่ช่วยประชาชน แต่คือการทำให้เงินทุกบาทถูกใช้เพื่อป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่จริง ๆ และลดความเสียหายให้ได้มากที่สุด” นางสาวรัชดา กล่าว
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้(10 ก.ค. 2569) ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนมาเลเซีย นายกรัฐมนตรีและคณะยังมีกำหนดลงพื้นที่ตรวจคลอง ร.1 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบระบายน้ำหาดใหญ่ และเป็นพื้นที่ที่ต้องมีการลงทุนปรับปรุง โดยรัฐบาลได้เตรียมงบประมาณรองรับไว้แล้วด้วย
นางสาวรัชดากล่าวว่า รัฐบาลต้องการเปลี่ยนการแก้ปัญหาจากการรอให้น้ำท่วมแล้วเยียวยา ไปสู่การป้องกันล่วงหน้า เพราะบทเรียนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ความเสียหายต่อชีวิตประชาชน เศรษฐกิจเมือง การท่องเที่ยว และภาคธุรกิจสูงกว่าการลงทุนป้องกันมาก
ทั้งนี้ ขอให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลอย่างรอบคอบ ไม่ควรนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไปปั่นกระแสทางการเมือง หรือสื่อสารเพียงบางส่วนจนทำให้สังคมเข้าใจผิด เพราะชีวิต ความปลอดภัย และทรัพย์สินของประชาชนสำคัญเกินกว่าจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
“หาดใหญ่จะเป็นต้นแบบของการใช้ กรอ. แก้ปัญหาเชิงพื้นที่ เรื่องใหญ่ที่กระทบประชาชนจริง รัฐบาลพร้อมหยิบขึ้นมาเป็นวาระพิเศษ เพื่อแก้ให้ตรงจุดและเกิดผลจริง ขออย่าเอาความเดือดร้อนของประชาชนไปสร้างความเข้าใจผิดทางการเมือง เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชน” นางสาวรัชดา กล่าว
Advertisement