Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"พิพัฒน์" แจงงบคมนาคมปี 70 ลุยเมกะโปรเจกต์ ลั่นบริหารเน้นบริการปชช.

"พิพัฒน์" แจงงบคมนาคมปี 70 ลุยเมกะโปรเจกต์ ลั่นบริหารเน้นบริการปชช.

1 ก.ค. 69
19:05 น.
แชร์

"พิพัฒน์" แจงงบคมนาคมปี 70 ลุยเมกะโปรเจกต์ ลั่นบริหารเน้นบริการปชช. ยึดหลักเสมอตัวไม่หวังกำไร อยู่มา3กระทรวงไม่เคยโกง ท้า สส. ตรวจสอบ ปม "ส่วยคมนาคม"

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วันที่สาม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคมนาคม ลุกขึ้นชี้แจงว่า ในเรื่องงบประมาณที่กระทรวงคมนาคมได้รับ ในปี 2570 หลังจากถูกปรับลดลงไปแล้ว ได้งบประมาณในการพัฒนารวมค่าใช้จ่ายประมาณ 213,184 ล้านบาท หากรวมค่าใช้จ่ายของข้าราชการ ประมาณ 242,072.74 ล้านบาท แม้ในปีนี้เราจะถูกปรับลดงบประมาณไป 8.8% ทางกระทรวงคมนาคมเราจะขอใช้งบประมาณที่ได้รับอย่างคุ้มค่าที่สุด

ในมิติของเรื่องของการสร้างถนนซึ่งกรมทางหลวงมีทั้งหมด 7 แห่ง ขณะที่กรมทางหลวงชนบท (ทช.) มีทั้งหมด 6 แห่ง ซึ่งเป็นถนนที่เราได้รับงบประมาณ ส่วนที่เหลือจะเป็นการซ่อมบำรุงในส่วนใหญ่จะงบประมาณที่จำกัด ในปี 2570 จะส่งคมนาคมอย่างมีการเร่งรัดให้เปิดใช้มอเตอร์เวย์หรือ M6 สายบางปะอิน-นครราชสีมาภายในสิ้นปีนี้จะมีการเปิดใช้ทั้งขาเข้าและขาออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขณะที่มอเตอร์เวย์ M82 สายพระราม 3 -ดาวคะนอง-เอกชัย- บ้านแพ้วคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงก่อนสิ้นปี ซึ่งอาจมีความล่าช้าจากอุบัติเหตุบนถนนยกระดับ

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวว่า ในส่วนจังหวัดภูเก็ตขอชี้แจงว่าการทางพิเศษเรื่องของอุโมงค์จากกระทู้ป่าตอง เราจะมีการจัดซื้อจัดจ้างในปี 2570 ส่วนสนามบินอีก 36 กิโลเมตร น่าจะมีการจัดซื้อจัดจ้างเช่นกันในปี 2570 มูลค่าประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ขณะที่มิติทางอากาศ กรมท่าอากาศยาน เราจะมีการพัฒนาท่าอากาศยานทั่วประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน โดยปรับปรุงท่าอากาศยาน รวม 6โครงการ เช่น ในจังหวัดตรัง โดยจะขยายรันเวย์เพิ่มประมาณ 3 กิโลเมตร ส่วนมิติทางน้ำโครงการของกรมเจ้าท่า มีทั้งหมด 5 โครงการ เช่น การขุดลอกร่องน้ำเศรษฐกิจ 6 ร่องน้ำ

ส่วนประเด็นที่สมาชิกมีความเป็นห่วง และมีความกังวล ว่าตนและรัฐบาลไม่มีความใส่ใจหรือจะเข้าไปดูแลเรื่องของอุทกภัยที่ผ่านมาในจังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ ก็ขอบอกว่า ในปี 2570 ทางกรมเจ้าท่าได้รับงบประมาณ เข้าไปขุดลอกปากแม่น้ำลำคลอง เพื่อให้ระบายน้ำที่มีความสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งตนจะลงไปติดตามในพื้นที่

"การที่เราจะทำการป้องกันเรื่องน้ำท่วมในจังหวัดสงขลา เราไม่สามารถที่จะพัฒนาและแก้ปัญหาภายใน 1 ปี ปัจจุบันนี้กระทรวงคมนาคมกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรามีการทำงานร่วมกันในการวางแผนระยะยาว 5 ถึง 10 ปี ว่าการแก้ปัญหาอย่างถาวรควรจะแก้ปัญหาในลักษณะใด" นายพิพัฒน์กล่าว

นายสังคม แดงโชติ สส.ประจวบฯ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นขอหารือว่า ตนนั่งฟังรัฐมนตรีชี้แจง และกำลังพูดถึงเรื่องหาดใหญ่อยู่ ซึ่งตนไม่เห็นนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่ติดตามเรื่องหาดใหญ่มา 2-3 วันแล้ว ก็อยากจะให้ต้องจุดธูปเชิญท่านจูรีมารับฟังท่านรัฐมนตรีไหมครับ ทำให้นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้สิทธิ์พาดพิง ว่า พาดพิงคนไกลแบบนี้ตนเชื่อว่ามันดูไม่ดี

"ไม่ต้องจุดหรอกครับ ผมนี่ครับพร้อมด้วยน้ำมันพร้อมด้วยธูปผมนั่งรออยู่แล้วครับท่านประธานครับ"

จากนั้น นายพิพัฒน์ ได้อภิปรายต่อว่า ในมิติทางรางของ การรถไฟแห่งประเทศไทย มีทั้งหมด 5โครงการ เช่น รถไฟทางคู่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย สิ่งที่ตนอยากจะพูดในส่วนของกรุงเทพฯและปริมณฑล กระทรวงคมนาคมได้พัฒนารถไฟฟ้า ไปแล้วความยาวกว่า 280 กิโลเมตร และอยู่ในระหว่างการก่อสร้างอีก 80 กิโลเมตร จากที่ได้วางแผนไว้ คือ 554 กิโลเมตร สิ่งต่างๆ ในปีนี้ก็ต้องขอบคุณสมาชิกทุกคนที่ผ่านพ.ร.บ.รางและพ.ร.บ.ตั๋วร่วม

"หลังจากนี้ก็จะมีการทำและคาดว่าพวกเราคงจะได้ใช้ในเรื่องของตั๋ว One Day สำหรับขาเดียว ก็จะอยู่ในวงเงินไม่เกิน 17 - 45 บาท จะไม่มีการเรียกค่าแรกเข้า หรือการเปลี่ยนสายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นตัวผมเองถ้าหากว่าใช้สถานีที่มูลค่า 17 บาทเรายังคงได้ใช้ 17 บาทเช่นเดิมแต่ถ้าเราจะวิ่งจนสุดสายสูงสุดขาเดียวไม่เกิน 45 บาท ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนกี่สีก็แล้วแต่" นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวว่า ถ้าเราทำเรื่องตั๋วร่วมเรียบร้อยเราจะสามารถเรื่องค่าใช้จ่าย แต่เรายังไม่สามารถทำเรื่องตั๋ววันได้นอกจากสายสีม่วงกับสายสีแดง ซึ่งเราจะพยายามอำนวยความสะดวกให้กับผู้เดินทางโดยระบบราง นี่คือสิ่งต่างๆ ที่กระทรวงคมนาคมเราพยายามที่จะลดต้นทุนในเรื่องการเดินทาง

"ตัวผมเองไม่มีความเป็นมืออาชีพในเชิงวิศวกร ตัวผมเองการที่เข้ามารับหน้าที่ในกระทรวงคมนาคมก็ต้องขอเวลาสักเล็กน้อยกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในการทำการศึกษา และคิดให้รอบคอบให้ได้ดีที่สุดว่าสิ่งที่พวกเราทำ และดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะทางบกทางอากาศทางน้ำและทางราง ในทุกๆ มิติของกระทรวงคมนาคมที่รับผิดชอบเราจะพยายามทำให้ได้ดีที่สุด" นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวว่าไม่เชื่อว่าเข้ามานั่งเป็นเจ้ากระทรวงแล้ว ไม่มีความผิดพลาดเลย ความผิดพลาด ถือว่าเป็นบทเรียน และเป็นความรู้ที่จะทำให้ผู้บริหาร ได้มีความเข้มแข็งและมีความแข็งแกร่งเพิ่มยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่บอกว่า สำหรับกระทรวงคมนาคมโดยยุคของตน เราจะไม่รับส่วย ซึ่งตนยืนยันเพราะตลอดระยะเวลาที่ตนอยู่ในกระทรวงคมนาคม ก็ต้องบอกว่าในส่วนนั้นตนยังไม่เห็น และไม่อยากจะเห็น เรามีความตั้งใจและความบริสุทธิ์ใจ ตนพูดขนาดนี้อาจจะไม่เชื่อและไม่ยอมรับในสิ่งที่ตนพูด แต่เชื่อว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากระทรวงคมนาคม ที่ตนเป็นผู้กำกับดูแล จะมีความแตกต่างกับยุคที่ผ่านมาหรือไม่ ถ้าไม่แตกต่างกันตนก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่มีความสามารถ

แม้ตนจะไม่มีความรู้เชิงวิศวกรรม แต่มีมุมมอง ในการบริหารธุรกิจ ถ้าตนเป็นเจ้าของกิจการคือต้องขาดทุนไม่ได้ ต้องทำกำไรให้ได้ ในการบริหารราชการตนมีสิ่งที่พูดกับตัวเองตลอดเวลาว่าการมารับหน้าที่เป็นเจ้ากระทรวง คือต้องบริการประชาชนให้ได้มากที่สุดการบริหารราชการ ขอใช้คำว่าเสมอตัว จะไม่ใช้คำว่ากำไร เพราะเงินทุกบาทคือเราได้จากเงินภาษี การบริหาร ราชการไม่มีความจำเป็นจะต้องทำกำไรในทุกมิติ สิ่งต่างๆ โดยเฉพาะในกระทรวงคมนาคมเราสร้างขึ้นมาเพื่อบริการ ประชาชนจึงไม่เห็นว่า จะมีส่วนไหนที่เราควรไปทำให้เกิดผลกำไร

"จากการที่ตัวผมเองอยู่ในกระทรวงมาถึง 3 กระทรวง ผมมั่นใจว่าผมไม่เคยมีกรณีเรื่องของการคอร์รัปชัน เพราะผมอยู่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬามา 4 ปีเต็มๆ และอยู่ในกระทรวงแรงงานประมาณ 2 ปีเศษสิ่งต่างๆเหล่านี้ ยังไม่เคยได้รับคำร้องเรียน แต่วันนี้ผมมาอยู่กระทรวงใหญ่โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมที่มีงบประมาณลงทุนแทบจะสูงสุด ผมก็ต้องทำการพิสูจน์ให้กับเพื่อนสมาชิกได้ทราบว่า การที่เข้ามาอยู่ในกระทรวงใหญ่จุดยืนเดิมผมยังเก็บไว้ได้มากขนาดไหน ตนก็อยากให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทำการตรวจสอบต่อไป" นายพิพัฒน์ กล่าว

ขณะที่ นายสุรเชษ กล่าวว่า ขอบคุณที่มาชี้แจงด้วยตัวเอง โดยมีการกลับลำในเรื่องใหญ่ๆ คือเรื่องค่าโดยสาร ซึ่งเป็นการกลับลำในทางที่ดี อย่างที่ใช้คำว่า ผิดพลาด แล้วเรียนรู้ นโยบายขายฝันแบบ 20 บาทตลอดสาย หรือ 40 บาทตลอดวัน ก็ตอบชัดเจน ว่าจะกลับลำทำมาทำตามแนวทางพ.ร.บ.ตั๋วร่วม 17 - 45 บาทต่อเที่ยว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะเราต้องคำนึงถึงวินัยการคลัง และพี่น้องต่างจังหวัดด้วย

นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า มีการกลับลำอีกเรื่อง เพราะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลุกขึ้นมาชี้แจงตนเอง ว่าไม่มี ไม่ต้องประกาศ จะประกาศอย่างไร แต่วันนี้ตนเองถือว่านายพิพัฒน์ ประกาศแล้ว ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ประกาศว่า ในยุคของท่าน จะไม่มีเรื่องส่วยก่อสร้างผู้รับเหมา ไม่ต้องมาจ่ายเงินค่าต๋ง ก็ให้ความชัดเจนแล้วว่าจะไม่เก็บส่วยก่อสร้าง แต่อยากให้พูดสั้นๆ ว่าผู้รับเหมา ไม่ต้องจ่ายส่วยให้ข้าราชการ หรือนักการเมือง เพราะนายพิพัฒน์ ไม่รับแน่ แต่ตนเองไม่รู้ว่าทีมหนูทีมเนจะรับหรือไม่ อยากขอแค่ให้คำมั่น

จากนั้น นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคมนาคม ได้ขอใช้สิทธิ์พาดพิง ว่า การอภิปรายในส่วนของนายสุรเชษฐ์ ที่ให้รัฐมนตรีประกาศ ตนก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องประกาศ เพราะไม่เคยมีการเรียกรับ วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาตอบเอง เพื่อให้ท่านสบายใจ ไม่ได้มีการกลับลำ แต่ตนเองตอบตามข้อเท็จจริง ส่วนที่ท่านตอบว่า "จ๊ะ" ก็ไม่เป็นไร แต่จะบอกว่าทุกครั้งที่ต้องตอบคำถามถ้าไม่เชื่อก็จะบอกว่า "จ็ะ" ก็ไม่เป็นไร ดังนั้น ตนเองก็จะตอบว่า "จ๊ะ"

ด้าน นายจูรี กล่าวว่า เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกถามหาตนเอง ตนเองตกใจมาก เพราะออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอกแป๊บเดียว เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยปิดไมค์ใส่ตนเอง ซึ่งตนเองได้ฟัง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนมากพอ เพราะเป็นโครงการระยะยาว จึงฝากข้อห่วงใย และความห่วงใยของพี่ๆ น้องชาวหาดใหญ่ที่นับถอยหลัง 100 วันแล้วว่า อีกไม่กี่วันที่น้ำจะมา มีมาตรการในการป้องกันน้ำเป็นอย่างไร กลัวจะเกิดขึ้นซ้ำอีก

นายพิพัฒน์ ยืนยัน และย้ำว่า สิ่งที่บอกว่ารัฐบาลไม่ให้การดูแล และความสนใจปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดสงขลา นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยและมีข้อสั่งการไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เตรียมความพร้อม และสั่งการถึงอธิบดีกรมปกครองส่วนท้องถิ่น ให้แจ้งไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ว่า ให้เตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ต่างๆ หากอุปกรณ์ไหนคิดว่าซ่อมได้ ให้ซ่อม อันไหนที่ซ่อมไม่ได้ ก็ใช้งบที่เหลืออยู่ แต่หากไม่มี ก็แจ้งมาที่รัฐบาล เราจะหาวิธีจัดสรรให้ แต่หากคุ้นเคยกับผู้บริหารท้องถิ่น ก็อยากให้มีการซักซ้อมก่อนถึงฤดูน้ำ แต่เท่าที่ตนเองทราบมาในปีที่ผ่านมา ไม่มีการซักซ้อม ซึ่งตนเองพยายามพูด และทำความเข้าใจกับนายกเทศบาลนครหาดใหญ่ ว่าหากมีเครื่องมือ แต่ไม่ซักซ้อม ก็เหมือนมีเศษเหล็ก

นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า ตนเองเป็นคนหาดใหญ่ และมีความกังวลมาก ญาติพี่น้องตนเองก็จะได้รับผลกระทบทุกครัวเรือน ไม่มีข้อยกเว้น เราต้องหาวิธีการป้องกัน และถ้าเหตุเกิดจริงๆ ก็ต้องทำให้ผลกระทบเกิดขึ้นน้อยที่สุด ทำให้เหตุที่เกิดเบาลง ทรัพย์สินเสียหายไม่เป็นไร แต่อย่าให้มีผู้เสียชีวิตเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเรามีการสูญเสียมาก ตนเองไม่อยากโทษใคร แต่เชื่อว่า สส. ทุกคนในสงขลา ทุกพรรคทราบว่าการสูญเสียที่เกิดขึ้นมากมายเกิดจากสาเหตุอะไร ยอมรับว่า ที่ผ่านมาอาจไม่มีการประสานงานกันดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะเมื่อปีที่แล้วที่นายกรัฐมนตรีให้ลงพื้นที่ไป 6 - 7 ครั้ง โดยเฉพาะเรื่องสินเชื่อ ก็เข้าใจว่าผู้ประกอบการก็ได้รับสินเชื่อไปพอสมควร และจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประชุมในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ หากว่าสมาชิกผู้ทรงเกียรติสะดวกก็เชิญไปประชุมและหารือร่วมกัน

Advertisement

แชร์
"พิพัฒน์" แจงงบคมนาคมปี 70 ลุยเมกะโปรเจกต์ ลั่นบริหารเน้นบริการปชช.