
วันที่ 29 มิ.ย. 69 ตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ เผยแพร่ข้อความอ้างถึงกรณีศิลปินชื่อดัง “เสก โลโซ” ขณะถูกควบคุมตัวอยู่ ณ เรือนจำพิเศษมีนบุรี ได้ไปแสดงดนตรีภายนอกเรือนจำ จนก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงานคุมขังและการจัดกิจกรรมพัฒนาพฤตินิสัยของทางราชการ นั้น
กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงว่า เรือนจำพิเศษมีนบุรีได้จัดทำโครงการฝึกอบรมวิชาชีพด้านดนตรีให้แก่ผู้ต้องขังที่มีความสามารถและสนใจในการเล่นดนตรีได้แสดงออกถึงความสามารถที่มีระหว่างต้องโทษ และได้นำนักดนตรีดังกล่าวออกไป แสดงภายนอกเรือนจำ ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดออกทำงานนอกเรือนจำ ประเภท ความสามารถหรือทักษะพิเศษ พ.ศ. 2563 เพื่อแสดงออกถึงความสามารถและทำกิจกรรมคลายความเครียดและขัดเกลาจิตใจรวมถึงฝึกทักษะด้านดนตรีแก่ผู้ต้องขังภายในวง
โดยช่วงเวลาขณะนั้น นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ เข้าร่วมแสดงกิจกรรมในฐานะสมาชิกของวงดนตรี “มีนบุรีแบนด์ (Minburi Band)” ซึ่งได้เดินทางไปร่วมแสดงดนตรีณ เรือนจำต่างๆ และหน่วยงานภายนอกตามแผนกิจกรรมที่กำหนดไว้เช่น โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ไปแสดง
เพื่อบำบัดจิตใจให้กับผู้ต้องขังป่วย ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เนื่องในวันครบรอบโครงการกำลังใจฯ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2568 และเดินทางไปแสดงดนตรี ณ เรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2568 กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการส่งเสริมสุขภาวะและคลายความเครียดของผู้ต้องขัง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและผ่อนคลายความเครียดแก่ผู้ต้องขังในภาพรวม
ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำกลางคลองเปรมในช่วงวันและเวลาดังกล่าว จึงได้เข้าร่วมชมการแสดงในพื้นที่เปิดทำกิจกรรมส่วนรวมเช่นเดียวกับผู้ต้องขังรายอื่น มิได้มีการจัดกิจกรรมหรือการแสดง เป็นการเฉพาะบุคคล หรือเป็นไปตามคำร้องขอของผู้ต้องขังรายใด
ทั้งนี้ วงดนตรีมีนบุรีแบนด์ เป็นกิจกรรมภายใต้แนวทางการพัฒนาพฤตินิสัยและการเตรียมความพร้อมก่อน กลับคืนสู่สังคม โดยที่ผ่านมาได้มีการนำศักยภาพของผู้ต้องขังที่มีความสามารถด้านดนตรีไปใช้ประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมสาธารณะในหลายพื้นที่ อาทิ ในช่วงวันที่ 7 - 9 ส.ค. 68 ทางเรือนจำพิเศษมีนบุรีได้นำวงดนตรีมีนบุรี แบนด์ออกเดินทางไปแสดงกิจกรรมสันทนาการภายนอก เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่สำคัญ 3 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ ตลอดจนกิจกรรมสาธารณประโยชน์อื่นๆ ตามภารกิจของกรมราชทัณฑ์
กรมราชทัณฑ์ ย้ำว่า ทุกภารกิจและโครงการพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ถูกขับเคลื่อนด้วยระบบระเบียบตามอำนาจทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งรักษามาตรฐานความโปร่งใส คำนึงถึงความเสมอภาคเหมาะสม และประโยชน์ต่อการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังเป็นสำคัญ
Advertisement