
วันที่ 23 มิ.ย. 69 นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการให้นโยบายปลัดกระทรวงมหาดไทย ในการตรวจสอบกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น จนเป็นที่มาของการโยกย้ายนาย ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องดำเนินการตามระเบียบ ตามสิ่งที่ควรจะดำเนินการอยู่แล้ว เรื่องใหญ่ขนาดนี้ หากท่านไม่ดำเนินการอะไร ท่านก็จะเดือดร้อน
ส่วนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีความเกี่ยวข้องอย่างไรนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบ การดำเนินการต้องเริ่ม ซึ่งตนเชื่อว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ตนอยู่ฝ่ายการเมืองมายุ่งไม่ได้ ไม่เกี่ยวข้องกัน ทุกอย่างต้องมีความโปร่งใสตรวจสอบได้
“ในเมื่อไม่เคยมีใครมาติดต่อผมเลยว่า เห้ย ขอดูซิ มันมีอัตราแบบนี้ ช่วยคนนั้นคนนี้ ผมปิดประตูหมดเลย ผมไม่เคยฝากใครสักคน แล้วทำไมมันมีเรื่องอย่างนี้ ผมก็ไม่รู้ ถ้ายิ่งตามข่าว อ่านแล้วก็จะเป็นลม หัวละ 350,000-700,000 บาท ยังไม่ทันเป็นตำแหน่งอะไรเลย แค่เหยียบเท้าเข้ามาเป็นข้าราชการครั้งแรกในชีวิต เงินเดือนยังไม่ถึง 15,000 บาท คุณต้องมีต้นทุน 350,000 บาทอย่างต่ำ แล้วประเทศไทยมันจะอยู่ได้ยังไง” นายอนุทิน กล่าว
ส่วนจะเป็นการตั้งเป้าฐานรากถอนโคนทั้งกระบวนการเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อะไรก็ตามที่มันเป็นเรื่องทุจริต ทำผิดกฎหมายประพฤติมิชอบ คอร์รัปชันเรียกรับ รัฐบาลก็ต้องดำเนินการ เรื่องการถอนรากถอนโคนยังไม่รู้ว่าจะมีปัญญาได้เลยในเวลาเท่าไหร่ แต่หากไม่ถูกต้องก็ต้องจับ ดำเนินการให้ถูกต้อง
ส่วนที่วันพรุ่งนี้ (24 มิ.ย.) จะมีการเรียกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือเรื่องนี้ จะมีการกำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะเชิญกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่เป็นผู้ดำเนินการจับกุม เพราะเรื่องนี้อุกอาจ มีการเปิดเซฟ แล้วพบบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า แล้วบริษัทเกี่ยวข้องกับการสอบแข่งขันข้าราชการฯ จึงมองว่าเป็นขบวนการหรือเปล่า นายอนุทินย้ำว่า เรื่องแบบนี้ถือว่า สบายมาก ฟรีแฮนด์ เพราะไม่เคยฝากใคร จึงไม่ยินดียินร้าย ถ้าเราไม่ได้ฝากใคร ก็จะได้ข้าราชการน้ำดีเข้ามา แต่เรื่องนี้ เมื่อตนเองไม่เคยฝากใคร และไม่เคยคิดจะฝากด้วย แล้วอยู่ดีๆ มาได้รับรายงานว่า มีต้นทุนการเป็นข้าราชการท้องถิ่น หัวละ 350,000 - 700,000 แบบนี้ประเทศไทยจะอยู่อย่างไร
เมื่อถามว่า หากพบมีความผิดจริง จะตรวจสอบไปถึงผู้ที่สอบผ่านแล้วด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เอาให้จุดเริ่มต้นตรงนี้ก่อนแล้วเดี๋ยวขยายผล ไม่ต้องห่วง เพราะตอนนี้ถึงตำรวจแล้ว และกระทรวงมหาดไทยจะต้องจัดตั้งคนเข้ามาร่วมกับตำรวจด้วย และต้องขยายผลถึงที่สุด และจะมีความจริงอะไรออกมาเรื่อยๆ
Advertisement