
ถ้าถามว่าประเทศไทยมีกี่จังหวัด หลายคนคงตอบทันทีว่า 77 จังหวัด แต่ในทางกฎหมายและการบริหารราชการแผ่นดินประเทศไทยมีจังหวัดอยู่ 76 จังหวัดเท่านั้น ส่วน “กรุงเทพมหานคร” ไม่ได้มีสถานะเป็นจังหวัด แต่เป็น “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ” ขณะที่ “เมืองพัทยา” ก็เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเช่นเดียวกัน
นั่นหมายความว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเขตปกครองพิเศษอยู่ 2 แห่ง คือ กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ซึ่งต่างได้รับการออกแบบให้มีรูปแบบการบริหารเฉพาะตัว แตกต่างจากเทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วไป เพื่อรองรับการจัดการที่มีความซับซ้อน และมีความสำคัญต่อประเทศที่ไม่เหมือนพื้นที่อื่น ๆ ของไทย
จุดเริ่มต้นของแนวคิด “ปกครองพิเศษ”
ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยเริ่มเผชิญการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครซึ่งเติบโตจนกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมือง และการบริหารของประเทศ ขณะที่พัทยาเติบโตขึ้นจากหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ สู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลก
รัฐบาลในแต่ละยุคจึงมองว่า เมืองขนาดใหญ่เหล่านี้มีปัญหาเฉพาะตัว และต้องการอำนาจในการบริหารที่มากกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วไป จึงเกิดแนวคิด “เขตปกครองพิเศษ” ขึ้น เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถจัดการปัญหาของตนเองได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น
"กรุงเทพมหานคร" เมืองหลวงที่ไม่ได้เป็นจังหวัด
กรุงเทพมหานครถือกำเนิดขึ้นในรูปแบบปัจจุบันเมื่อปี พ.ศ. 2515 จากการรวมจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีเข้าเป็นหน่วยการปกครองเดียวกัน ก่อนจะพัฒนาสู่การเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษในเวลาต่อมา
ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีพื้นที่กว่า 1,568 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 50 เขต และมีประชากรตามทะเบียนบ้านมากกว่า 5 ล้านคน แต่หากรวมประชากรแฝงอาจสูงกว่า 10 ล้านคน ทำให้เป็นมหานครที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ
โครงสร้างการบริหารกรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานครมีลักษณะคล้าย “รัฐบาลท้องถิ่นขนาดย่อม” ประกอบด้วย
สิ่งที่ทำให้ กทม. แตกต่างจากจังหวัดทั่วไปคือ การมีอำนาจในการออกข้อบัญญัติท้องถิ่น การบริหารงบประมาณของตนเอง และการจัดเก็บรายได้บางประเภทได้โดยตรง รวมถึงการดูแลภารกิจสำคัญอย่างผังเมือง การขนส่ง การควบคุมอาคาร และบริการสาธารณะต่าง ๆ
"เมืองพัทยา" เมืองท่องเที่ยวที่ต้องบริหารตัวเอง
ถ้ากรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางอำนาจของประเทศ เมืองพัทยาก็คือศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติของไทย ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน พัทยาเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ริมอ่าวไทย แต่หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เข้ามาใช้พื้นที่ในช่วงสงครามเวียดนาม เมืองแห่งนี้ก็เริ่มเติบโตอย่างก้าวกระโดด ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
การเติบโตนี้ทำให้รัฐบาลเห็นว่า พัทยามีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากเมืองอื่น จึงจัดตั้ง "เมืองพัทยา" ขึ้นในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2521 ก่อนจะมีการปรับปรุงกฎหมายใหม่ในปี พ.ศ. 2542
โครงสร้างการบริหารเมืองพัทยา
เมืองพัทยาประกอบด้วย
ภารกิจสำคัญของเมืองพัทยาแตกต่างจาก กทม. เพราะต้องรับมือกับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลในแต่ละปี ดูแลชายหาด ระบบสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะ และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระดับโลก
ความเหมือนที่แตกต่างของ 2 เมืองพิเศษ
แม้จะมีสถานะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเหมือนกัน แต่กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยานั้นมีภารกิจที่แตกต่างกันหลายด้าน
สิ่งที่เหมือนกัน
สิ่งที่แตกต่างกัน
อนาคตของการปกครองพิเศษไทย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีข้อเสนอจากนักวิชาการและภาคประชาชนให้ประเทศไทยทดลองจัดตั้งเขตปกครองพิเศษเพิ่มเติมในพื้นที่สำคัญ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หรือจังหวัดชายแดนบางแห่ง เพื่อให้ประชาชนมีอำนาจกำหนดอนาคตของพื้นที่ตนเองมากขึ้น
ผู้สนับสนุนเชื่อว่าการกระจายอำนาจจะช่วยให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงกับความต้องการของประชาชน ขณะที่ฝ่ายคัดค้านมองว่าการให้อำนาจมากเกินไปอาจนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่ หรือเกิดปัญหาด้านการกำกับดูแลจากส่วนกลาง คำถามเรื่อง "ประเทศไทยควรมีเขตปกครองพิเศษเพิ่มหรือไม่" จึงยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาจนถึงปัจจุบัน
Advertisement