
(28 พ.ค. 2569) เวลา 06.45 น. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช หรือ "บิ๊กหยม" อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามพรรคเศรษฐกิจ พร้อมว่าที่สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ครบทั้ง 49 เขต เดินทางมายังอาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง เพื่อเข้ารับสมัครเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
เมื่อเดินทางมาถึง พล.ต.ท.ชาญเทพ พร้อมด้วยนายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ และผู้สมัคร ส.ก. ของพรรค ได้เข้าสักการะพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรุงเทพมหานคร ก่อนรวมตัวถ่ายภาพบริเวณบันไดทางเข้าอาคาร พร้อมประสานเสียง "เศรษฐกิจ สู้" แสดงพลังและความพร้อมในการลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้
พล.ต.ท.ชาญเทพ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการสมัครและจับสลากหมายเลขผู้สมัครว่า มีความมั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้าไปบริหารกรุงเทพมหานคร พร้อมระบุว่าไม่ได้คาดหวังหมายเลขใดเป็นพิเศษ "เบอร์อะไรก็ได้ที่ผมชนะ แต่ถ้าเป็นเบอร์ 1 ก็ดี" พร้อมย้ำว่าไม่ได้ยึดถือฤกษ์ยามหรือความเชื่อสายมู เพราะเชื่อในการลงมือทำและการปฏิบัติจริงมากกว่า
สำหรับนโยบายหลัก หากได้รับโอกาสในการบริหารกรุงเทพมหานคร จะเร่งแก้ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นซ้ำซากใน 5 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหาจราจร การจัดการขยะ สาธารณสุข และความโปร่งใสในการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร
พล.ต.ท.ชาญเทพ ยังระบุว่า จากประสบการณ์การทำงานในฐานะตำรวจที่ผ่านมา ไม่เคยเห็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครประสานงานกับตำรวจในพื้นที่อย่างจริงจัง รวมถึงการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงทำให้หลายปัญหาไม่ได้รับการป้องกันล่วงหน้า และเกิดขึ้นซ้ำซากอยู่บ่อยครั้ง
ส่วนสโลแกนในการหาเสียงครั้งนี้ คือ "รับฟัง รับใช้ประชาชนกรุงเทพมหานครทุกท่าน" พร้อมยืนยันว่า สามารถทำงานร่วมกับ ส.ก. จากทุกพรรคได้ เพราะเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำทีมบริหารกรุงเทพมหานครให้เดินหน้าได้อย่างราบรื่น
เมื่อถูกถามถึงกระแสความนิยมของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ยังถูกมองว่ามาแรง และกังวลหรือไม่หากถูกมองเป็นเพียง "ไม้ประดับ" ทางการเมือง พล.ต.ท.ชาญเทพ ตอบทันทีว่า “ผมไม่ใช่ผู้หญิง ที่จะไปเป็นไม้ประดับให้ใคร” พร้อมขอให้ประชาชนเปิดโอกาสพิจารณาจากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา และยอมรับว่าสิ่งเดียวที่กังวล คือการไม่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ ยังระบุอีกว่า พร้อมแข่งขันกับผู้สมัครทุกคน และแข่งขันกับตัวเอง พร้อมทิ้งท้ายว่า ภาพจำของพรรคไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ หากนโยบายดีและผู้สมัครสามารถตอบโจทย์ประชาชนได้ ส่วนผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร
Advertisement