
วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 กรมการปกครองได้เปิดปฏิบัติการ “กวาดบ้านตัวเอง” ดำเนินการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และข้าราชการฝ่ายปกครองทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้ง 878 อำเภอ เพื่อแสดงจุดยืนในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง พร้อมยกระดับมาตรฐานผู้นำท้องที่ให้เป็นแบบอย่างที่ประชาชนเชื่อมั่นและไว้วางใจ ผลการดำเนินการพบว่า มีผู้เข้ารับการตรวจทั้งสิ้น 286,553 คน โดยไม่พบสารเสพติด จำนวน 286,506 คน และตรวจพบสารเสพติด จำนวน 47 คน คิดเป็นร้อยละ 0.02 ของผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมด
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “4 เสาหลักด้านความมั่นคง” ของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร ประกอบด้วย
1️⃣ มาตรการ SEAL ชายแดน เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติด
2️⃣ การปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล
3️⃣ การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด
4️⃣ การป้องกันในระดับพื้นที่ โดยใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และภาคประชาชนร่วมเฝ้าระวัง
ทั้งนี้ กรมการปกครองได้กำหนด “แนวทางการดำเนินการกรณีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือพบสารเสพติดในร่างกาย” ไว้อย่างชัดเจนและเคร่งครัด โดยถือว่าเป็นการบกพร่องในหน้าที่และเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ซึ่งนายอำเภอจะต้องดำเนินการสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
สำหรับแนวทางการดำเนินการ ประกอบด้วย การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน การแจ้งข้อกล่าวหา การสั่งพักราชการชั่วคราวระหว่างรอผลการตรวจยืนยันจากสถานตรวจพิสูจน์หรือโรงพยาบาลของรัฐ และหากผลตรวจยืนยันพบสารเสพติด นายอำเภอจะต้องรายงานผลการสอบสวนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อพิจารณาสั่งให้พ้นจากตำแหน่งโดยเร็ว
อธิบดีกรมการปกครอง ย้ำว่า การดำรงตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และบุคลากรในสังกัดกรมการปกครอง ต้องยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน หากปรากฏพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือการกระทำใดที่กระทบต่อเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรีของตำแหน่ง และความไว้วางใจของประชาชน กรมการปกครองจะดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรการทางวินัยอย่างเด็ดขาด โปร่งใส และไม่ละเว้นโดยเด็ดขาด
Advertisement