
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายในการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั่วประเทศ ผู้บริหารผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา เข้าร่วม
ซึ่งก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะมอบนโยบายได้เยี่ยมชมนิทรรศการประชาสัมพันธ์การดำเนินการการให้บริการประชาชนของตำรวจท่องเที่ยว กองทะเบียนประวัติอาชญากร และหน่วยบริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนเคลื่อนที่ ของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย อีกด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายการขับเคลื่อนการดำเนอนงานด้านความมั่น ว่า วันนี้พวกเราซึ่งประกอบไปด้วยหน่วยงาน ทางด้านปกครอง ความมั่นคง และตำรวจ ได้มาร่วมกันอยู่ณที่แห่งนี้ ทำก่อนอื่นต้องกล่าวคำว่ายินดีต้อนรับสู่ทำเนียบรัฐบาลของพวกเรา อยากให้เห็นว่านี่คือสิ่งที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และการปฏิบัติทั้งหลายทั้งปวงและความร่วมมือจะต้องเกิดขึ้นที่ศูนย์กลางของการบริหารราชการแผ่นดินคือทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้ ตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้เห็นความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงาน 2 หน่วยงานหลักคือกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากกองทัพและกระทรวงยุติธรรม รวมไปถึงองค์กรอิสระต่างๆ
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ปัจจุบันสถานการณ์ความมั่นคงมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รัฐบาลจึงมีนโยบายในการส่งเสริมความมั่นคงของประเทศให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคาม จากภายในประเทศหรือนอกประเทศ ทั้งกระทรวงมาไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติตลอดจนกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานด้านความมั่นคงถือเป็น 4 เสาหลัก ในการรักษาความมั่นคงภายในประเทศ ตนจึงขอมอบแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงเพื่อให้ทุกองค์กรและหน่วยงานในสังกัดได้ทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ
โดยมิติด้านการป้องกัน ตนขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งในลักษณะของการบริหารราชการ มีผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ทำงานในลักษณะทีมจังหวัดยังอย่างใกล้ชิด แลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง สามารถใช้กลไกในพื้นที่ทั้งกำนันผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยด้านยาเสพติดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และภัยจากผู้มีอิทธิพล ที่คอยมารังแกประชาชน ซึ่งทั้งสองคนต้องทำงานอย่างจริงจัง ไม่ใช่เหมือนพุตะไลขึ้นมามีกระแส มีข่าว แล้วเราก็ไปตอบสนองเป็นครั้งๆ
ซึ่งทั้ง 4 เป้าหมายที่พึ่งได้กล่าวมา ขอให้ถือเป็นเป้าหมายหลัก ที่จะร่วมงานกัน เพื่อให้ประชาชน ได้มีความสุข ในพื้นที่เสี่ยงเมืองท่องเที่ยวเศรษฐกิจที่สำคัญจะต้องสร้างให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย ให้กับนักท่องเที่ยวทั้ง ชาวไทยและชาวต่างประเทศที่มหาโอกาส ทำกินทำให้ทุกจังหวัดปราศจากอาชญากรรมทุกรูปแบบ ข้อมูลต่างๆ ที่ได้มีการนำเสนอ เปิ้นชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ให้การสนับสนุน ทั้งงบประมาณ และการดำเนินการ ที่จะทำให้มีอุปกรณ์ เครื่องมืออำนวยความสะดวก ในการปฏิบัติภารกิจ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานตอบสนองกับทุกเหตุการณ์ที่ต้องรวดเร็วและมีความทันท่วงที
ขณะที่มิติด้านการปราบปรามขอให้มีการเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรม ทุกประเภทไม่ว่าจะภายในหรือภายนอกประเทศ และการกระทำผิดทุกๆเรื่อง เพื่อ ให้สอบสวนสืบสวนขยายผลถึงผู้บงการและเครือข่ายรายใหญ่ และดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง เว็บพนันออนไลน์ที่ต้องมีการจับกุมและตัดเส้นทางการเงินอย่างเด็ดขาด
มาตรการเชิงรุกจะต้องปราบปรามผู้มีอิทธิพลอาวุธปืน อาวุธปืน ซึ่งขณะนี้กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่ง ไม่ให้บุคคลทั่วไป ซึ่งไม่ได้รวมถึงเจ้าพนักงานของรัฐ ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ตั้งแต่สมัยนายเศรษฐา ทวีสิน และนางสาวแพทองธาร ชินวัตรได้ประกาศห้ามพกพาอาวุธปืนโดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นวันนี้หากเจอ ไม่ว่าจะเป็นใคร หากพกพาอาวุธปืน ต้องจับเพราะผิดกฎหมาย ไม่มีเหตุผลใดๆที่คนไทยจะต้องพกพาอาวุธปืนออกไปป้องกันตนเองคนที่จะป้องกันคนไทยคือพวกเรา ไม่ต้องให้เขาไปถือปืน หากมีการดวลกันของประชาชนนี่ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนประเทศนี้มีความศิวิไลมีวัฒนธรรม มีสิ่งดึงดูดมากมายที่จะทำให้คนเข้ามาลงทุนมาท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ตราบใดที่ตนยังเป็นนายกรัฐมนตรีและกำกับด้านความมั่นคงอยู่หรือสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าก็ต่อไปอีก และก็มั่นใจว่าไม่มีรัฐบาลคนไหนที่เข้ามาแล้วจะยกเลิกคำสั่งนี้ คำสั่งที่ห้ามประชาชนพกพาปืน ซึ่งเป็นเรื่องที่วิญญูชนที่มาบริหารประเทศคงไม่กระทำ ขอให้ยึดหลักไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญ พวกอยู่เหนือกฎหมายมักเป็นโรคความจำเสื่อม เมื่อดำเนินการจับกุมจัดการเขาจะชอบถามว่าอะไร คุณรู้ไหมว่าผมเป็นใคร ในเมื่อมันยังไม่รู้ว่ามันเป็นใครท่านก็ไม่ต้องรู้ว่ามันเป็นใครก็ขอให้จัดการ ปราบปราม ซึ่งเวลาจับกุมมักมีคนความจำเสื่อม หากเป็นความจำเสื่อมทำสภาพทางกายให้เราดูแล แต่หากความจำเสื่อมแล้วมาคุกคามหรือทำผิดกฎหมาย ข่มเหงรังแกประชาชน คนเหล่านี้ไร้ค่าและต้องจัดการอย่างจริงจัง ให้เขาไปทบทวนความจำในคุก เขาจะจำได้ว่าเขาได้ทำอะไรมาบ้าง แล้วจะคงต้องรู้สึกเสียใจในสิ่งที่ต้องทำ
สิ่งที่ตนพูดมาทั้งหมด ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเกิดวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ทั้งหมด แต่หากค่อยๆเริ่มตีถนนเข้าไป เริ่มจากการที่เห็นว่าผู้ว่าราชการจังหวัดผู้การ จังหวัด เริ่มที่จะคุยและวางแผนกันแล้ว จูงมือลงตรวจตราพื้นที่ท่านคิดว่าพวกอันธพาลหรือทำผิดกฎหมาย จะอยู่รอท่านหรือ ไม่น่าเกิดขึ้น ตนก็ไม่ทราบ ว่าตนโชคดีหรือไม่ที่ได้มาทำงาน สิ่งที่ตนมั่นใจคือถูกปลูกฝังและถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก ลูกเขยตำรวจเก่า ตนเชื่อมั่นในฝีมือและศักยภาพ ของฝ่ายความมั่นคง ของประเทศไม่รู้เป็นอะไร หากตั้งใจทำงาน ในเรื่องต่างๆเพื่อให้เกิดความสงบสุขในประเทศ และแก่ประชาชน ไม่ค่อยมีความรู้สึกว่าท่าทางจะล้มเหลวแล้วละมั้ง มีแต่ความมั่นใจว่าจะเรียบร้อย สามารถจัดการได้หรือขยายผลได้ ตนอาจจะโชคดีที่เข้ามาในช่วงที่เราทุกคนทำงานโดยยึดมั่นในเรื่องผลงานเป็นเป้าหมายหลัก การตรวจสอบทุกวันนี้ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารการเป็นข่าว เหมือนเป็นเกราะ ที่ทำให้เราต้องเดินอยู่ภายในกรอบนั้น และต้องการให้ทำให้เกิดผลสำเร็จขึ้นมาเพราะสิ่งที่ได้ทำนั้น จะล่วงรู้ไปถึงคนทั้งประเทศภายในระยะเวลาอันสั้น ที่จะมีคอมเมนท์เตเตอร์ คอยกำกับ ซึ่งถือเป็นการรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์และคำแนะนำของประชาชนซึ่งรัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนินการมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นจะต้องค่อยๆบำรุงประสิทธิภาพไปทีละชั้น
ตอนนี้อาชญากรรมมีทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมไปถึงมีการผสมคนในกับคนนอกที่ร่วมมือกัน อย่างธุรกิจน นอมินี หรือ นายหน้าตัดตอน ไม่เหลือพื้นที่แม้แต่ตารางเดียวที่คิดว่าพวกท่านทำไม่สำเร็จเชื่อว่าไม่ให้คนต่างชาติเข้ามาข่มเหงในประเทศเรา นี่เป็นประเทศของเราเราต้องดูแลประชาชนของเราให้ความสำคัญกับเขาเหนือสิ่งอื่นใด ตนขอให้ความมั่นใจว่าไม่ต้องกังวลในเรื่องการเมือง วันนี้ท่านได้รับนโยบายจากรัฐบาล ตนให้คำยืนยันเลยว่า ไม่มีรัฐมนตรีคนไหน บอกว่าฟังๆท่านไปแล้วไม่ต้องทำตามไม่มีใครบอก คนนั้นพี่ผมน้องผมขอให้ลุย ตนเปิดโหมดไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้ว "โหมดปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" ซึ่งทำได้และตนทำมาแล้ว
พร้อมกับกล่าวว่า เวลาไม่อยู่บนเวทีหรือห้องประชุมเราเรียกกันว่าพี่ทั้งนั้น ในห้องนี้คือพี่คือน้อง ซึ่งเราเรียกพี่หมดตามหลัก วปอ. ใครทำอะไรแล้วรู้สึกอึดอัดใจท่านก็รู้ ว่าตนเข้าถึงง่ายอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เป็นการ รับผิดชอบร่วมกับท่านในเรื่องการดูแล "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล"
ด้านการให้ความช่วยเหลือดูแลประชาชน กระทรวงมหาดไทยมีศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานในพื้นที่เป็นช่องทางหลักในการรับเรื่องราวร้องเรียนแก้ไขปัญหาติดตามผลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วเป็นธรรมและตรวจสอบได้ ขอให้เร่งทำงาน เพราะตอนนี้เข้าเดือน 6 แล้ว แม้ฝนจะตกพรำๆ ต้องรับผิดชอบร่วมกันหากใครทำได้ดีผลงานก็จะฟ้องออกมา และสิ่งที่ดีที่สุดคือประชาชน ก็จะชื่นชมในผลงานและการทำงาน
นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำในฐานะรัฐบาล มีความตั้งใจเป็นอันมาก ในประสิทธิภาพการทำงานของทุกคน ซึ่งตนมั่นใจจริงๆ แต่ไม่มั่นใจว่าใครวอกแวกหรือเปล่าแต่เรื่องฝีมือเชื่อมั่นว่าท่านยอดฝีมือทุกคน เราต้องตัดความวอกแวกออกไป ต้องนึกถึงประชาชนก่อน แล้วผลงานเหล่านี้จะเป็นอานิสงส์ ที่ทำให้เราทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข ที่จะเห็นบ้านเมืองพัฒนาเป็นในทิศทางที่ดีขึ้น สิ่งที่ทำหากทำด้วยเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์หากจะมีอะไรขึ้นมา ท่าก็รู้สไตล์การทำงานชุดนี้ดี รับแทนหมดไม่มีโยน เพราะล้มเหลวก็คือความล้มเหลวของรัฐบาลเช่นกัน ขอให้ทำผลประโยชน์เพื่อประชาชนอย่างจริงจัง
Advertisement