
วันที่ 11 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการมอบนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขอกล่าวคำว่ายินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลของพวกเรา ตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มีโอกาสเรียนเชิญท่านทั้งหลาย ให้มาร่วมพบปะกันในวันนี้ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เท่าที่ทราบมาน่าจะเป็นครั้งแรกเพราะปกติ นายกฯกับมท. 1 คนละคนกัน แต่ที่กระทรวงมีความคับแคบ สถานที่ไม่อำนวยความสะดวก ก็จะต้องไปพบกันที่ศูนย์ประชุมต่างๆ ซึ่งตนได้หารือกับทีมงานแล้วถือเป็นโอกาสอันดี เพราะรัฐบาลนี้ก็เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งหน้าที่และบริหารราชการแผ่นดินเมื่อเร็วๆนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เป็นแขนขา ที่มีความหมายต่อการบริหารราชการแผ่นดินของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกฯทั้งหลาย ตนจึงขอให้มาประชุมที่นี่ไม่ต้องไปเสียค่าเช่าที่อื่น เพื่อที่จะได้เห็นว่าก็เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารราชการแผ่นดิน จะนโยบายต่างๆก็จะต้องถูกขับเคลื่อน ออกจากสถานที่แห่งนี้
นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่าตนมีความคุ้นเคยกับหลายท่านอยู่แล้ว เพราะเป็นตำแหน่งที่อยู่คู่กับสังคม และการปกครองของไทยมาเป็นเวลานาน ดูแลสารทุกข์สุกดิบของประชาชน หรือเรียกว่าราษฎร และถือเป็นปราการด่านแรก และเป็นคนกลุ่มแรก ที่เมื่อประชาชนประสบความทุกข์ หรือต้องการที่พึ่งพิง เพราะเขาไปหาท่านก่อนหาพวกพวกตน ตนจะมีหน้าที่ที่จะต้องทำให้พวกท่านสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้กับประชาชนได้ และท่านยังต้องทำตัวเป็นคนกลางระหว่างภาครัฐกับประชาชน ช่วยเหลือนายอำเภอและรับผิดชอบ การบริหารงานระดับพื้นที่ ด้วยภารกิจเช่นนี้จึงถือว่ามีความสำคัญกับพวกตนมากจริงๆ เพราะหากไม่มีพวกท่านพวกตนคงเป็นง่อย จึงต้องพบปะกันบ่อยครัง
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า วันหยุดสุดสัปดาห์ไม่ได้ใช้เวลาไปเที่ยวแต่จะใช้เวลาในการลงพื้นที่ ไปหาคนที่ให้โอกาสได้เข้ามาทำงานในพื้นที่นี้ เพื่อเห็นปัญหาและความเป็นไป เวลาลงไปพื้นที่เมื่อไหร่จึงได้พบกับพวกท่านเสมอ หากสังเกตไม่มีครั้งใดในการลงพื้นที่ไม่เข้าไปทักทายอย่างใกล้ชิด และพูดคุยเหมือนเป็นเพื่อนร่วมงานกัน เพราะนั่นคือโอกาสเดียวที่จะได้รับทราบ ถึงการทำงานที่แท้จริง จากปากคนที่ที่เป็นตัวกลาง
ขณะที่ในช่วงนี้มีการกระทำผิดกฎหมายจึงขอวิงวอน ให้ช่วยกันทำการศึกษาและทำความเข้าใจกับกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความสงบสุขให้กับบ้านเมือง แต่ต้องอาศัยพวกท่านในการใช้กฎหมายปรับผู้มีอิทธิพล คำว่าผู้มีอิทธิพลตนไม่อยากใช้คำนี้ เพราะมีความหมายในเชิงที่ไม่ดี เพราะท่านทั้งหลายก็มีอิทธิพลต่อผม ท่านเสนออะไรมาหากพวกตนไม่ยอมรับฟัง แล้วจะอยู่ได้หรือไม่ ก็อยู่ไม่ได้ ก็ถือว่ามีอิทธิพลแต่เป็นอิทธิพล ในทางที่ดี หรือพูดง่ายๆพวกท่านต้องมาช่วยตนปราบมาเฟีย นักเลง แต่คำว่านักเลงในเชิงที่ดีก็มี หรืออาจใช้คำว่าปราบอันธพาล อิทธิพลใช้ในทางที่ดีได้ เพราะฉะนั้นจากนี้ไป ขอให้ช่วยเป็นมือเป็นไม้ปกป้องพวกเขาด้วย เพราะฉะนั้นสุภาษิตเตะหมาต้องดูเจ้าของ พวกท่านต้องเก็บเอาไว้ ใครมาทำร้ายคนในปกครองของท่าน ก็คือทำร้ายท่าน ประชาชนถือเป็นผู้ที่มีพระคุณ และเป็นคนที่ให้โอกาสเรามาทำงาน เพราะนอกจากจะแก้ไขปัญหาแล้วจะต้องคุ้มครองประชาชนด้วย เพราะฉะนั้นใครจะมาข่มเหงรังแกไม่ได้ ก็ไม่ยอมเหมือนกัน ก่อนย้ำว่า ใครจะมาทำร้ายผู้ใต้บังคับบัญชาของตนตนปกป้องเต็มที่ นี่คือสัญลักษณ์และเอกลักษณ์ของการเป็นนักปกครอง และเอกลักษณ์ของกระทรวงมหาดไทย หากปราศจากสิ่งเหล่านี้ ปล่อยให้ประชาชนโดนกลั่นแกล้ง โดนทำร้ายและริดรอนโอกาส ว่าจะถือว่ามีความบกพร่อง ไม่ใช่ต่อหน้าที่ แต่มันเป็นความบกพร่องที่เราไม่สามารถ ตอบสนอง ความต้องการของประชาชนที่เลือกเราเข้ามาได้ อันนี้ผิดยิ่งกว่าผิดกฎหมาย เพราะเป็นการทำลายความเชื่อมั่น
และหลักการทำงานและปฏิบัติงานของ ตั้งแต่สมัยที่ตนยังไม่ได้อยู่ในราชการ ซนอยู่ในราชการแล้ว ตนยึดหลักนี้ในการปฏิบัติงานมาโดยตลอดในการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน
นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงแนวทางสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ให้ดำเนินการในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่เป็นพื้นฐานและต้องทำตลอดเวลา ชนิดที่เรียกว่าการ์ดต้องไม่ตก คือการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ต้องยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นสิ่งแรก กำนันผู้ใหญ่บ้านทุกคนต้องประกาศเป็นศัตรู กับกระบวนการยาเสพติด เราต้องทำให้ทุกหมู่บ้านและชุมชนเป็นหมู่บ้านสีขาว ค่ายาเสพติดเข้าชุมชนหมู่บ้านไม่ได้การลำเลียงเป็นเรื่องของตนอนุมัติทั้งงบประมาณ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเต็มที่ให้กับหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่ตนไม่สามารถควบคุมดูแลใกล้ชิดได้คือชุมชน แต่คนที่ดูแลชุมชนได้คือกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สิ่งของให้เด้งรับและใช้ความเข้ม งวดในการป้องกันและปราบปราม
ขณะที่การเพิ่มศักยภาพในการป้องกันสาธารณภัย เนื่องจากปัจจุบันมีเหตุเกิดขึ้นอย่างเนืองๆ ที่มีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือปพเป็นเจ้าภาพ ขอให้ทำความเข้าใจว่าเราสนับสนุนอย่างเต็มที่ การอำนวยความเป็นธรรมต่างๆให้กับประชาชน ขอให้มั่นใจ ว่าจะได้รับการคุ้มครองดูแล จากกำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอุทกภัยภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติต่างๆ กระทรวงมหาดไทยมีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้บริหารลำดับแรก สามารถประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ อยู่ในท้องที่ของท่านได้ ไม่ต้องรอผู้ว่าราชการจังหวัด กรมปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบประมาณที่จะสามารถแก้ไขปัญหา ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งตนได้หารือกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. อย่างจริงจัง นำสิ่งที่เป็นข้อกังวลไปหารือ เมื่อเกิดภัยพิบัติท้องถิ่นไม่มีเวลาประเมินสถานการณ์ ซึ่งตนได้รับคำยืนยันว่า ดำเนินการได้เลย แต่เจตนาจะต้องสุจริต การกระทำต่างๆต้องสามารถอธิบายได้ เมื่อเราช่วยเหลือชาวบ้านในเวลาที่เขาต้องการความช่วยเหลือที่สุดไม่ได้ แล้วจะมี รัฐบาลไว้ทำไมจะมีกระทรวงมหาดไทยไว้ทำไม หรือจะมีกำนันผู้ใหญ่บ้านไว้ทำไม พร้อมขอให้เตรียมตัวเข้าสู่ฤดูฝน ทุกภาคของประเทศไทยอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทั้งที่มีการวางแผนการไว้แล้วแต่อาจมีบางส่วนที่อยู่นอกเหนือโดยกระทันหัน จึงขอให้วางแผนการเผชิญเหตุไว้ให้เรียบร้อยอย่าให้ประชาชนเดือดร้อน
ขณะที่ปัญหาด้านอาชญากรรม ต้องมีหูตากว้างไกลรู้เท่าทันอาชญากรรม ใหม่ๆอย่างการค้ามนุษย์ การหลอกลวงออนไลน์ หรือที่เรียกว่าสแกมเมอร์ ซึ่งประเทศไทยขึ้นชื่อว่ารัฐบาลได้ดำเนินการ ระบบการดำเนินการของสแกมเมอร์ อย่างจริงจังและเข้มงวด เรายึดทรัพย์มาเกือบ 40,000 ล้าน ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงชาวบ้านที่โดนหลอกข้าราชการบำนาญเงินสะสมก็ถูกหลอกไปจำนวนมาก จะบอกว่าเขาโลภก็ไม่ได้ เพราะสแกมเมอร์พวกนี้ มีวิธีการโน้มนาว และมีเทคโนโลยีที่ทำให้เชื่อถือ เพราะฉะนั้นจะต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ซึ่งต้องสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในพื้นที่รู้จักป้องกันตนเองและครอบครัว
ขณะที่การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้ส่งเสริมรายได้ลดรายจ่าย สนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ของรัฐบาล เดี๋ยวช่วงต้นเดือนจะมีเรื่องของไทยช่วยไทยพลัสออกมา ประชาชนที่อยู่ไกลจะต้องไปขึ้นทะเบียน ต้องมีวิธีที่เขาจะต้องไปลงทะเบียน ซึ่งไม่ใช่โครงการคนละครึ่งพลัสแล้ว แต่เป็น 60 : 40 จึงกลายเป็นไทยช่วยไทยพลัส ไม่ใช่คนละครึ่งพลัส เพื่อช่วยเยียวยาให้ประชาชน ได้จับจ่ายใช้ได้มากขึ้น ได้ของมากขึ้นใช้เงินน้อยลง และประชาชนมีส่วนร่วม ทำให้ทุกคนอยู่ในระบบการเงินที่ถูกต้อง ผ่านการลงทะเบียนทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อให้เข้าสู่ระบบภาษี และความโปร่งใสทำให้เกิดวินัยในการใช้เงินให้กับประชาชน และจากที่ตนดูโครงการคนละครึ่งลาสในช่วงปลายปีที่แล้ว ก็เห็นว่าประชาชนมีความพึงพอใจ และมีความสนุกในการใช้ เป็นการเพิ่มเงินหมุนเวียนเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ ในระดับแสนล้าน เราจึงต้องเชื่อว่าหากเม็ดเงินก้อนนี้ เข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ก็จะมีการกระตุ้นให้เงินหมุนเวียนในระบบดีขึ้น โดยเที่ยวนี้เราจะออกเป็น 2 ช่วง ครั้งที่แล้วออกเป็นเงินทั้งหมด 2,000 บาท เท่ากับว่าใช้เงินได้ 4,000 แต่ครั้งนี้เราจะออกเป็น 4000 เดือนละ 1,000 บาท 4 เดือน ในสัดส่วน 40 ต่อ 60 ก็จะเชื่อได้ว่าจะสามารถจับจ่ายใช้สอยได้เพิ่มมากขึ้น ขอให้ท่านทั้งหลายได้ช่วยกันไปเร่ง บางคนบอกว่าขี้เกียจออกมา จริงๆมีความหมาย ตอนใหม่ๆก็คิดว่าจะได้สักเท่าไหร่กัน แต่เวลาระดมกันมาใช้จ่าย ก็จะเรียกว่าเป็นการร่วมกันกระตุ้น ไม่ใช่แค่รัฐกระตุ้น ถึงเป็นการร่วมมือการทำให้เศรษฐกิจของไทย เกิดการกระตุ้น นำไปสู่ความเข้มแข็งในที่สุด
ในเรื่องของไทยช่วยไทยการลดค่าใช้จ่ายของประชาชนทุกอำเภอขณะนี้ ได้มีการจัดให้นำสินค้า ราคาต่ำกว่าตลาดทั่วไป เข้าไปขายเพื่อลดความเดือดร้อน ให้กับประชาชน
นายกรัฐมนตรีว่าตนขอเพียงอย่างเดียวคนข่มเหงคนอย่างนี้ไม่ได้ ประชาชนโดนภัยจากเศรษฐกิจและภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ โอกาสทำมาหากิน แล้วจะต้องมาโดนข่มเหงอีก อันนี้เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยรับทราบความตั้งใจของตน เป็นอย่างดี ตนทำงานแบบตามงาน ไม่ได้สั่งแล้วหาย ตนจี้เลยลงมาดูเอง เมื่อรายงานมาก็ลงพื้นที่ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่ต้องเห็นกับตา เพื่อที่จะไปสนับสนุนภารกิจ ให้มีความสมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
นายกรัฐมนตรี ยังย้ำ ถึงการปราบปรามสินค้าเถื่อน คนดีไม่ต้องกลัวแต่คนชั่วต้องกลัวกำนัน ต้องสร้างให้เห็น ดูหน้าแต่ละท่านคนชั่วต้องกลัว ตนยังกลัว กลัวในความดี และความจริงใจ หน้าที่เป็นสิ่งที่ต้องทำตามความรับผิดชอบ ลงนามในหนังสือออกนโยบายแต่ในเรื่องของความสัมพันธ์ ขอให้มีความใกล้ชิดต่อกัน เพื่อให้เห็นว่าก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะต้องบำบัดทุกข์บำรุง ให้กับประชาชน ไม่มีอะไรยากไปกว่านี้ ทำงานไปด้วยความเข้าใจ หากยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
Advertisement