Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
นายกฯ เผย ผลประชุมอาเซียนมีแต่ประโยชน์และโอกาส จุดยืนไทย หนุนสันติภาพ

นายกฯ เผย ผลประชุมอาเซียนมีแต่ประโยชน์และโอกาส จุดยืนไทย หนุนสันติภาพ

9 พ.ค. 69
17:48 น.
แชร์

นายกฯ เผย ผลประชุมอาเซียนมีแต่ประโยชน์และโอกาส ย้ำจุดยืนไทย หนุนสันติภาพ-เสถียรภาพ พร้อมเป็นศูนย์กลางอาหารอาเซียน ยันคุยกัมพูชา ยังทำตามข้อตกลงหยุดยิง

(9 พ.ค. 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวแถลงถึงผลการประชุมอาเซียน ครั้งที่ 48 ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า ในการประชุมได้มีการหารือทั้งการประชุมแบบเต็มรูปแบบและการประชุมแบบไม่เป็นทางการ

โดยประเทศไทยในฐานะสมาชิกอาเซียน ได้ย้ำถึงเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง โดยยึดหลักกติกาสากลและประโยชน์ของชาติ มีการเสนอความร่วมมือเชิงรุกร่วมกับภาคีสมาชิกท่ามกลางความผันผวนของโลกในปัจจุบันนี้ โดยผลักดันให้อาเซียนมีความเข้มแข็ง มีเอกภาพ และมีบทบาทมากขึ้นในเวทีระดับโลก ถือเป็นการสร้างโอกาสให้กับประชาชนอาเซียน

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งนี้ ฟิลิปปินส์ ในฐานะที่เป็นประธานในการประชุมอาเซียนในครั้งนี้ ต้องการสร้างบรรยากาศที่ดีในที่ประชุม จึงจัดให้มีการพบปะกันระหว่างไทยและกัมพูชา โดยมีประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ร่วมด้วยตลอดการประชุม ซึ่งจากการหารือครั้งนี้ ทุกอย่างยังคงยึดถือตามข้อตกลงหยุดยิงเมื่อช่วงสิ้นปีที่แล้ว และในระหว่างการประชุมไม่มีการพูดถึงการปักปันเขตแดน และการเปิดด่านพรมแดน มีเพียงการพูดคุยว่าให้ยึดถือการดำเนินการตามที่ปฏิบัติอยู่แล้วในกรอบ JBC GBC และรูปแบบคณะกรรมการร่วมต่อไป

นายกรัฐมนตรียังได้ยืนยันความพร้อมของประเทศไทยในการทำงานร่วมกับสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ เพื่อให้อาเซียนเป็นเสาหลักของสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองของภูมิภาค และเสนอให้อาเซียน เสริมสร้างความร่วมมือในการปฏิบัติการด้านความมั่นคงทางพลังงาน การผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน การใช้กลไกความมั่นคงด้านปิโตรเลียมในอาเซียน รวมถึงการส่งเสริมลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านพลังงาน ของภูมิภาคระยะยาว ซึ่งไทยยืนยันที่จะเป็นศูนย์กลางด้านความมั่นคงทางอาหาร และได้รับปฏิกิริยาตอบสนองว่าได้รับการเห็นด้วยในเชิงความพร้อมที่จะแสวงหาการสนับสนุนซึ่งกันและกันของประเทศสมาชิก

"สิ่งที่ทุกประเทศได้พูดถึงมากกว่าพลังงานและน้ำมันนั่นคือเรื่องอาหาร ไม่มีประเทศ ไหนไม่พูดถึงความมั่นคงทางอาหาร ประเทศไทยตั้งแต่รัฐบาลหนู 1 เราก็ได้พูดถึงเรื่อง Food Security ที่ไปนำเสนอให้กับนานาชาติ ในทุกเวทีที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยได้สร้างความมั่นใจให้กับประเทศสมาชิกในอาเซียนทุกประเทศว่า ไทยพร้อมใช้ศักยภาพของเราในฐานะที่เป็นผู้ผลิตอาหารรายสำคัญของโลก ให้การสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอย่างเต็มที่ พร้อมเสนอให้มีการต่อยอดความร่วมมือที่เราได้ทำมาเรียบร้อยแล้ว เช่น ข้อตกลงด้านความมั่นคงทางอาหารที่ได้ทำไว้กับสิงคโปร์ รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อแสดงให้เห็นถึง ความมีเสถียรภาพ ไม่ว่าภูมิภาคใดในโลกนี้จะมีปัญหาเรื่องสงครามหรือเรื่องพลังงาน แต่ในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นฐานในการสนับสนุนเรื่องอาหารให้กับภาคีสมาชิก น้ำมันกินไม่ได้ ขณะเกิดวิกฤตการณ์ ระหว่างน้ำมันกับอาหารประเทศไทยมีความมั่นคงเรื่องอาหารมากกว่า น้ำมันมีมีเงินก็ยังสามารถจัดหาซื้อได้ ขณะที่อาหาร ถ้าเราไม่มีความเข้มแข็งในด้านนี้ ความลำบากจะเกิดขึ้น" นายอนุทิน กล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ตนในนามรัฐบาลไทยได้แสดงความเห็นด้วย ว่าในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนเราต้องช่วยกันดูแลผู้คนประชาชน ในประเทศมวลหมู่สมาชิก อย่างในกรณีความขัดแย้งตะวันออกกลาง หลายครั้งเราได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอาเซียน เป็นสัญลักษณ์ที่ดีมากในการสร้างความเป็นปึกแผ่นภายในภูมิภาค

นอกจากนี้ยังมียุทธศาสตร์ต่างๆที่ประเทศไทยได้นำเสนอในที่ประชุม เช่น การเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยม เพิ่มเอกภาพประสิทธิภาพ ในการตัดสินใจร่วมกันของอาเซียนเสริมสร้างความยืดหยุ่น ในการฟื้นตัวของประชาชน และพัฒนากลไก ต่อวิกฤตอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น สนับสนุนกันและกันมากขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถผ่านวิกฤตการณ์ทั้งหลายไปได้ด้วยดี การรักษาความสัมพันธ์ของอาเซียนในเวทีโลก ในการทำงานร่วมกับประเทศหุ้นส่วนเพื่อสนับสนุนระบบพหุภาคีและระเบียบระหว่างปนะเทศ ที่ตั้งอยู่บนกติกาเพื่อให้อาเซียนยังคงเป็นภูมิภาคที่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาคมอื่นๆทั่วโลก

นอกจากนี้นานอนุทิน ยังได้พบปะหารือกับประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ซึ่งมีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ตนจึงได้เชิญให้เข้ามาพบปะที่ทำเนียบรัฐบาลในโอกาสที่จะมาเยือนไทยในครั้งต่อไป เพื่อหารือเกี่ยวกับการลงทุนภายในประเทศไทยด้วย

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงการหารือร่วมกับผู้นำอาเซียน 4 ประเทศ คือ เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ นอกเหนือกจากกรอบการประชุมเต็มรูปแบบด้วยว่า ในการหารือในระดับทวิภาคี ร่วมกับเวียดนาม ตนได้พบกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และมีการเห็นพ้องต้องกันว่ามูลค่าการค้า จะต้องมีการร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ได้ มีการผลักดันด้านความร่วมมือการลงทุน การเชื่อมโยงด้านการบิน การพัฒนาฮับการบินจากเวียดนาม และพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

ในส่วนของสิงคโปร์ จะมีการสร้างความเข้มแข็งร่วมกัน ต้องใช้ความเข้มแข็งในแต่ละประเทศในการเพิ่มอำนาจต่อรอง และยกบทบาทของภูมิภาคในเวทีโลก รวมถึงการเข้ามาลงทุนเพิ่มในเรื่องของพลังงานโครงข่ายภูมิภาคอาเซียน เพราะสิงคโปร์ยังต้องการไฟฟ้าจากประเทศไทยจำนวนมาก ไปจนถึงการลงทุนด้านอุตสาหกรรม อากาศยาน และ Data Center เนื่องจากสิงคโปร์มีทุนเยอะ และเป็นตลาดทางการเงินของภูมิภาค ในเรื่องที่เขาสามารถแสวงหาความร่วมมือจากประเทศไทยได้คือ พื้นที่ของประเทศไทยและทรัพยากรที่ไทยมีศักยภาพในการผลิต เราจึงสามารถแสวงหาความร่วมมือกับประเทศสิงคโปร์ได้

ส่วนประเทศมาเลเซีย นายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ก็มีความสนิทสนมกับประเทศไทย ผูกพันกับประเทศไทยมานาน ได้มีการพูดคุยถึงความสงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพื่อขอให้ช่วยกันสร้างความสงบให้เกิดขึ้น ไม่สนับสนุนการก่อการร้ายในทุกรูปแบบ จัดให้มีการประชุมหารือสร้างความร่วมมือกันมากขึ้นในฝ่ายความมั่นคง โดยนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียได้เชิญให้ตนไปเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ เพื่อพูดคุยแบบทวิภาคีอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมย้ำว่า อยากให้ไปให้เร็วที่สุด หากมีความปลอดภัยและมีความสะดวกยิ่งขึ้นเราก็จะได้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเข้ามาอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังอยากเห็นการเพิ่มมูลค่าของปริมาณการค้า ระหว่าง 2 ประเทศให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเราได้ยืนยันไปว่าประเทศไทยพร้อมให้การสนับสนุน

และก่อนที่จะเดินทางกลับได้มีการหารือกับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์อีกครั้ง พบว่าการหารือเป็นไปในเชิงบวกแทบทุกประเด็น มีการแสดงเจตจำนงในการขอซื้อน้ำมันเครื่องบินจากประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือกันของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งทางฟิลิปปินส์รู้สึกขอบคุณและชื่นชมประเทศไทย ที่มีกลุ่มบริษัทข้ามชาติจากประเทศไทยไปลงทุน ทั้งด้านอาหาร พลังงาน และอุตสาหกรรม และฟิลิปปินส์สนับสนุนอย่างเต็มที่ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงขอบคุณประเทศไทย งในการส่งตัวเหยื่อสแกมเมอร์จากฝั่งตะวันตกกลับไปยังประเทศต้นทางได้มากถึง 1,000 คน ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และเชื่อว่าประเทศไทยเป็นประเทศหลัก ในการสร้างความมั่นใจในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับอาเซียน

นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันว่าในการประชุมอาเซียนครั้งนี้ เรียกว่าไทยไม่ได้เสียอะไรเลย มีแต่ประโยชน์ โอกาส และเป็นการดึงความเชื่อมั่นจากภาคีสมาชิกเพิ่มมากขึ้น เป็นการสร้างบรรยากาศความผูกพันระหว่างผู้นำประเทศที่ดีแข็งมีความแข็งแกร่ง และสิ่งเหล่านี้ จะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางการค้าการลงทุน การสร้างความมั่นคงระหว่างประเทศซึ่งกันและกัน และสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาคอาเซียน

Advertisement

แชร์
นายกฯ เผย ผลประชุมอาเซียนมีแต่ประโยชน์และโอกาส จุดยืนไทย หนุนสันติภาพ