
(1 พ.ค. 2569) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2569 ว่า เป็นข้อเรียกร้องที่มีประโยชน์กับรัฐบาล และรัฐบาลรับข้อเรียกร้องไว้
สำหรับ8ข้อหลาย ข้อเริ่มทำไปหลายส่วนแล้ว โดยเฉพาะประกันสังคมและ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน และหลังจากนี้จะมีการติดตาม และประเมินสิ่งที่พี่น้องแรงงานยื่นข้อเรียกร้องมา และเราทำในเชิงสวัสดิการ รวมถึงการเพิ่มการทำงานเชิงรุกเข้ามา เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ปัจจุบันมีเรื่องพลังงานและรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น และการเข้ามาของเทคโนโลยี จึงต้องทำการอัพสกิลและรีสกิล และทำควบคู่กับการประมวลผลทักษะฝีมือแรงงานด้วย อีกทั้งการเข้ามาของสังคมผู้สูงอายุจะรองรับยังไงบ้าง เพราะการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนเช่นกัน
ส่วนจะขึ้นค่าแรงเป็น 600 หรือไม่ นายยศชนัน ระบุว่า เป็นไปตามกลไก และหลายส่วนมีข้อเรียกร้องมา พวกเรามีกระบวนการกลไกการขึ้นค่าแรง ก็ต้องเป็นไปตามกลไก และต้องแยกการขึ้นค่าแรงและการช่วยเหลือเรื่องความเดือดร้อน แต่ต้องทำควบคู่กันไป
ด้าน นายจุลพันธ์ รมว.แรงงาน บอกว่า 8 ข้อนี้ ไม่ใช่ 8 ข้อใหม่ คล้ายๆ เดิมทุกปี ตนเองได้คุยกับปลัดกระทรวงและอธิบดีฯมาหลายครั้ง และมีการเดินหน้าข้อเรียกร้องไปบางส่วนแล้ว บางอันยังต้องรอความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง "กระทรวงแรงงานยุคใหม่ภายใต้การกำกับของผม และการกำกับของรองนายกฯ ยศนันท์ จะเป็นกระทรวงแรงงานที่ตอบสนองพี่น้องแรงงาน ในการทำงานของพวกเรา 4 ปี ข้างหน้าเราตั้งเป้าว่า 8ข้อเสนอต้องเดินหน้าให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ เพื่อให้พี่น้องแรงงานมั่นใจได่ว่าการทำงานตอบสนองความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงานทุกคน"
ส่วนกรณีที่พบว่า มีอัตราคนที่ตกงานเพิ่มขึ้นนั้น นายจุลพันธ์ ระบุว่า ต้องยอมรับว่า ภาวะเศรษฐกิจไม่ได้เริ่มตเนที่ประเทศไทยแต่ผบกระทบจากวิกฤตพลีงงานกระทบกับแรงงานไทยและแรงงานไทยที่ส่งไปต่างประเทศ เช่นบริเวณตะวันออกกลางก็ค้องชะลอตัวลง เพราะเกิดสถานการณ์สงคราม และตลาดนี้เป็นตลาดแรงงานที่ส่งออกใหญ่ที่สุด ดังนั้นต้องทำงานเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศเพื่อรองรับพี่น้องแรงวาน และงานในประเทศยังมี แต่แมชชิ่งงานกับแรงงานไมทตรงกันกับความต้องการของตลาด ดังนั้นจึงต้องบูรณาการกันทุกหน่วยงาน เพื่ออัพสกิล รีสกิลให้แรงงานไทยตรงกับความต้องการของตลาด
"วันนี้ความต้องการในตลาดมี แต่แรงงานที่มีไม่ตรงกับความต้องการ จึงต้องมาปรับตรงนี้"
ส่วนกรณีสวัสดิการแรงงานแพลตฟอร์ม นายจุลพันธ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังมีปัญหาอยู่ที่คำจำกัดความเนื่องจากมีเรื่องคำวินิจฉัยของศาล และตัวแพลตฟอร์มก็ระบุว่า ตนเองเป็นเพียงผู้ให้บริการ ดังนั้นผู้ว่าจ้างคือใครยังคงเป็นปัญหาทางเทคนิค โดยในเรื่องนี้กระทรวงแรงงานกำลังดำเนินการอยู่ ทั้งสวัสดิการแรงงานแพลตฟอร์มเช่น ไรเดอร์ รวมถึงเรื่องดูแลความปลอดภัยของผู้มาใช้บริการ ทั้งสองสิ่งจะต้องมีการหารือในรายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าสู่ระบบประกันตนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงจะมีการพูดคุยปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อให้เท่าทันกับโครงสร้างเศรษฐกิจที่จะเข้าสู่ยุคอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอีกด้วย โดยจะมีการเชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายทั้งแพลตฟอร์มและไรเดอร์เพื่อหาข้อสรุปที่เข้าใจตรงกัน
Advertisement