Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"ณัฐพงษ์" ฉะรัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จ 5กลุ่มแบ่งสรรปันส่วนผลประโยชน์ลงตัว

"ณัฐพงษ์" ฉะรัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จ 5กลุ่มแบ่งสรรปันส่วนผลประโยชน์ลงตัว

9 เม.ย. 69
12:57 น.
แชร์

"ณัฐพงษ์" ฉะรัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จ มี 5 กลุ่มแบ่งสรรปันส่วนผลประโยชน์ได้อย่างลงตัว แต่ไม่มี ปชช.อยู่ในสมการ ฉะเพื่อไทยขายวิญญาณร่วมรัฐบาล

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปรายนโยบายรัฐบาลเป็นคนแรก ว่า ขอเริ่มอภิปรายด้วยการชักชวนให้ทุกคนตั้งคำถาม หลังจากฟังการแถลงนโยบายรัฐบาลจบแล้วรู้อย่างไร มีความหวัง มองเห็นอนาคตของตนเองควบคู่กับอนาคตของประเทศ ที่นายกรัฐมนตรีถ่ายให้เราเห็นหรือไม่ถ้าไม่เป็นเพราะอะไร

การอภิปรายของตนต่อจากนี้เป็นข้อสังเกตที่อยากตั้งข้อสังเกตต่อคำ แถลงนโยบายของรัฐบาลที่อาจจะทำให้ทุกคนรู้ถึงสาเหตุมากยิ่งขึ้น ตนเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้น่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากที่สุดชุดหนึ่ง ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ไม่ได้มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะรัฐบาลชุดนี้ สามารถคุมอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งสภาบนสภาล่าง รวมถึงองค์กรอิสระต่างๆ ที่สามารถจัดสรรดุลอำนาจทุกอย่างลงตัว เรียกได้ว่ารัฐบาลชุดนี้แบ่งกันบูรณาการการบริหารราชการแผ่นดินออกเป็นห้ากลุ่มแต่ไม่ได้เป็นห้ากลุ่มที่บริหารราชการแผ่นดินแบบที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงไป แต่เป็นห้ากลุ่มของกลุ่มอำนาจที่เกิดจากการรวมขั้วจัดตั้งรัฐบาลด้วยกันและแบ่งสรรปันส่วนผลประโยชน์ได้อย่างลงตัว

โดย 5 กลุ่มนั้นประกอบไปด้วย กลุ่มที่หนึ่ง บรรดามุ้งการเมืองต่างๆที่อดีตอาจจะเคยสังกัดพรรคการเมืองอื่นๆ แต่การเลือกตั้งทั้งที่ที่ผ่านมาย้ายมาสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย หลักฐานปรากฏอยู่เด่นชัดว่าพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคการเมืองอันดับหนึ่งที่ไม่ได้หมายถึงจำนวน สส.มากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร แต่เป็นพรรคการเมืองอันดับหนึ่งที่มีสส.ย้ายพรรคแล้วชนะการเลือกตั้งมาอยู่ในสภาชุดที่ 27 นี้มากที่สุดอันดับหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎร การจัดตั้งรัฐบาลโดยใช้วิธีการรวมอำนาจจากมุ้งต่างๆเข้ามาแบบนี้ทำให้เกิดโฉมหน้าของคณะรัฐมนตรีที่ ตนขอยกตัวอย่างบางจังหวัดไม่เอ่ยชื่อทั้งหมด เช่นจากจ.สงขลา ชลบุรี หรือสุพรรณบุรี เป็นต้น

กลุ่มที่ 2 ที่เป็นดุลอำนาจในการค้ำจุลดุลอำนาจครั้งนี้คือพรรคการเมืองอันดับสองที่ร่วมรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ ตนบอกได้อย่างเต็มปากว่า "ยอมขายวิญญาณตนเอง" เพราะไม่สามารถต่อรองอะไรเลยกับพรรคภูมิใจไทยได้ ตนยกตัวอย่างตัวเลขสมการทางการเมืองที่อยู่บนหน้ากระดาษอยู่แล้วไม่ได้เป็นการกล่าวหาที่เกินจริง สมมุติว่าวันหนึ่งพรรคการเมืองอันดับสองขู่ว่าจะถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำได้โดยไม่ต้องมีข้อกังวลใดทั้งสิ้น จากปัจจุบันการเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากอยู่แล้ว 290 กว่าเสียงสามารถที่จะเลือกสลับดึงพรรคการเมืองที่ปัจจุบันอยู่ในพรรคฝ่ายค้านไปร่วมรัฐบาลได้ทันทีกลายเป็นรัฐบาล 270 กว่าเสียงก็ยังเป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้ ปัญหาของการรวมขั้วจัดตั้ฃรัฐบาลแบบนี้ที่พรรคอันดับสองไม่มีอำนาจต่อรองกับพรรคภูมิใจไทยนำมาซึ่งปัญหา

กลุ่มที่สามซึ่งเป็นดุลอำนาจสำคัญนำมาซึ่งการทำลายล้าง อำนาจต่อรองของพรรคการเมืองอันดับสองในพรรคร่วมรัฐบาลไปอย่างสิ้นเชิง นั่นก็คือพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ที่ตนไม่ได้เอ่ยมาที่ร่วมอยู่ในรัฐบาลชุดปัจจุบันมีจำนวนเสียงในการร่วมรัฐบาลประมาณ 20 กว่าเสียง ถือเป็นดุลอำนาจที่สำคัญ ที่ทำลายอำนาจต่อรองของพรรคที่ตั้งใจจะร่วมรัฐบาลในฐานะพรรครัฐบาลอันดับสอง ตนบอกเช่นนี้ เพราะถ้าหากปราศจากสิ่งเหล่านี้ในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยจะไม่สามารถเดินยุทธศาสตร์ชักเข้าชักออก ดึงพรรคอันอื่นมาร่วมรัฐบาลสลับได้เช่นนี้ ดุลอำนาจที่สร้างความมั่นคงในการสร้างให้รัฐบาลนี้

กลุ่มที่สี่บรรดาสมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งหรือองค์กรอิสระอื่นๆที่อาจจะได้รับการแต่งตั้งมาจากพวกเขาเหล่านั้นล้วนเป็นไพ่โจ๊กเกอร์ ที่รัฐบาลซึ่งนำโดยพรรคภูมิใจไทยจะหยิบนำเอามาใช้เมื่อใด ก็ได้ใช้คลุมเกมก็ได้ คุมเกมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปตามหน้าตาที่พวกเขาอยากเห็น ใช้โจมตีฝั่งตรงข้ามก็ได้แบบที่พวกตนกำลังโดนอยู่ในส่วนคดี 44 สส. ใช้ปกป้องครองตนเองก็ได้ สดๆร้อนร้อนเมื่อวานนี้ล่าสุดกกต.เพิ่งมีการรับรองผลการเลือกตั้งสุพรรณบุรีเขตสองทั้งๆที่มีข้อหาอยู่เต็มประดานับคะแนนเลือกตั้งใหม่ไม่ตรงกับวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ประชาชนชนยังมีข้อคอรหา ยังไม่มีตรวจสอบรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว

นอกจากนี้ยังปกป้องคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ขณะนี้คดีอยู่ในมือศาลรัฐธรรมนูญไพ่ใบนี้ถือเป็นดุลอำนาจที่สำคัญที่สร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลชุดนี้ที่พรรคการเมืองอื่นๆไม่มี

กลุ่มสุดท้ายคือบรรดากลุ่มคนบางกลุ่มในประเทศนี้ที่ต้องการรักษาระเบียบเดิมในประเทศนี้ให้คงอยู่ตลอดไป กลุ่มนี้มีหน้าที่คุ้มครองทุกคนที่อยู่ในค่ายรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยปัจจุบัน คอยส่งสัญญาณมาเถอะอยู่ข้างนี้ทำอะไรก็ไม่ผิด คนกลุ่มนี้คือคนที่ถือตั๋วใบที่สอง และให้สัญญาณแก่พรรคภูมิใจไทยในคืนก่อนวันเลือกตั้ง

ซึ่งระหว่างการอภิปรายของ นายณัฐพงษ์ ทำให้ นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่าเนื้อหาไม่อยู่ในประเด็นการอภิปรายเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล

ทำให้ นายโสภณ ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมวินิจฉัยว่าผู้อภิปรายอยู่ในประเด็นไม่พูดพาดพิงองค์กรอื่น

นายณัฐพงษ์ จึงอภิปรายต่อว่าตนเพียงชี้เห็นว่าในห้ากลุ่มนั้นประชาชนไม่ได้อยู่ในสมการ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นจากการดีลของกลุ่มอำนาจต่างๆเมื่อผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือว่าวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรครัฐบาล นี่คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึกลึกๆว่าเมื่อฟังนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตนถึงยังไม่รู้สึกว่ากำลังมีอนาคตร่วมกันกับอนาคตประเทศที่นายกรัฐมนตรีพยามฉายภาพให้เราเห็นแต่อย่างใด

และช่วงต้นนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนจะท่องไว้เป็นคาถา 3 ข้อว่าจากพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ยึดมั่นระบอบปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และยึดมั่นในหลักนิติธรรมบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค หลักการทั้งสามข้อนี้ไม่ว่าพรรคการเมืองใดรวมถึงพรรคประชาชน หากเป็นรัฐบาลก็ต้องยึดถือไว้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าหลักการสามข้อนี้ภายใต้การนำของนายอนุทินจะพาประเทศไปในทิศทางไหน ตนฟังคำแถลงของนายกรัฐมนตรีจบ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึก ว่ายังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนรวมถึงยังไม่เห็นพันธกิจ หรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการตั้งรัฐบาลชุดนี้

ตนขอยกตัวอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมืองตนไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงฉบับนี้เลยตนอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลว่าเจตจำนงทางการเมืองความเป็นนักประชาธิปไตยอยู่ตรงไหนทำไมถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้

ตนคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศขณะนี้อาจไม่ใช่ปัจจัยภายนอกแต่คือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤติภายนอกที่รุมล้อมขนาดไหนแต่ถ้ารัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชนเราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้างตนขอยกตัวอย่างวิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างน้ำมันวิกฤตสังคมอย่างสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นเรื่องฝุ่นข้ามแดน แทบทุกวิกฤตที่ตนพูดถึงเป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศทั้งสิ้นแต่สิ่งที่ รัฐบาลปกป้องอยู่มาโดยตลอดคือไม่ได้เลือกปกป้องประชาชนก่อนแต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน

อย่างวิกฤติน้ำมันจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัวมีความมั่นคงทางการเมืองได้ทำให้ประชาชนรู้สึกเพิ่มขึ้นหรือไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยมากขึ้นหรือไม่ว่า รัฐบาลที่มีอยู่จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเราอยู่ในประเทศกำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสมสะท้อนกับต้นทุนจริงไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้หรือแม้แต่ วิกฤติฝุ่นในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่าขณะเป็นรายที่สองและสูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปีมีประชาชนนับ 1,000,000 ได้รับผลกระทบจากฝุ่น รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าพร้อมจะใช้กลไกที่มีอยู่ในมือเพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดโดยเร็ว ไม่ใช่ใช้ไพ่อำนาจโจ๊กเกอร์อยู่ในมือ เพื่อกลุ่มอำนาจรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น

และด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จที่มีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะสิ่งใด เชื่อว่าทำได้สำเร็จมัน อยู่ที่ความแน่วแน่และความกล้าหาญทางการเมือง นี่คือสิ่งที่ตนและประชาชนกำลังมองหาจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนสิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูกไม่ได้ทำสิ่งถูกให้เป็นสิ่งผิดวิกฤตภายในที่เกิดขึ้นขณะนี้คือกลุ่มคนที่มีอำนาจในประเทศพยามที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีตนก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมเท่านั้น แต่การอภิปรายของพรรคประชาชนสองวันต่อจากนี้เป็นเวทีที่พวกเราชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหาอาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มแถลงนโยบายแต่คือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วกับระบบพวกพ้องการแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วกับวิกฤตรอบด้าน ที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วการเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน

เมื่อนายณัฐพงษ์ อภิปรายจบ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิ์พาดพิง ว่ามีการพาดพิงพรรคเพื่อไทยว่าพรรคอันดับสองที่เข้าร่วมรัฐบาล และขายวิญญาณ จึงอยากให้ถอนคำพูดในคำนี้ เพราะทราบดีว่ากระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามกระบวนการรัฐธรรมนูญและ เป็นไปตามกลไกการเมืองระบอบรัฐสภา เมื่อพรรคอันดับหนึ่งมีการเชื้อเชิญพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมจึงมีการหารือถึงนโยบายและการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงนี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยตนเชื่อว่าพวกท่านมีความเข้าใจแต่กระบวนการการอภิปรายคงจะใช้ลีลามากไปนิดหนึ่งใช้คำพูดไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหาย เพื่อให้การประชุมเดินหน้าได้จึงอยากให้ผู้ไปถอนคำพูด

ด้าน นายโสภณ ระบุว่า คำว่า การขายวิญญาณประชาธิปไตยเป็นการกล่าวหาเหมือนเป็นการใส่ร้ายตนมองว่าไม่เหมาะที่จะไปกล่าวหาใส่ร้ายจึงขอให้นายณัฐพงศ์เปลี่ยนคำพูดเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย และมองว่าเป็นคำที่ร้ายแรงประชาชนที่อยู่ทางบ้านอาจจะไม่รับทราบกระบวนการจึงย้ำว่าให้เปลี่ยนคำพูด

ขณะที่นาย รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ที่ผ่านมาเราทำหน้าที่ในสภาเราใช้คำพูดทั้งสองฝั่งเป็นการถ่ายทอดคำพูดผ่านความรู้สึกนึกคิดและคำพูดนี้เป็นคำพูดที่ท้ายประชาชนที่ติดตามจะเป็นผู้พิจารณาเอาเองส่วนนายจุลพรรณจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้มีสิทธิ์ที่จะชี้แจง หากจะมีการให้ขอถอนคำพูดทุกคำพูดมองว่าสะพานคงเดินต่อไม่ได้ขอให้ประธานวินิจฉัยให้ดีเพื่อเป็นบรรทัดฐาน

ทำให้ นายจุลพันธ์ ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งก็พูดชัดเจนที่พูดอยู่คือการใส่ร้าย ไม่ห้ามไม่ให้แสดง กริยาวาจาใส่ร้ายซึ่งมีข้อบังคับการประชุมชัดเจนอยู่แล้วขอให้อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดและขอให้ประธานบังคับการประชุมให้ราบรื่นหากทุกคนลุกขึ้นมาใส่ร้ายคนอื่นกันประชุมจะเดินหน้าไรจึงย้ำว่าขอให้ถอนคำพูดที่ได้อภิปรายไปขอให้ประธานยึดข้อบังคับให้แม่นเพื่อเดินหน้าต่อ

ที้สุดแล้วประธานในที่ประชุมจึงย้ำให้นายณัฐพงษ์เปลี่ยนคำพูดจึง นายณัฐพงษ์ จึงยอมเปลี่ยนคำพูดเป็น "ละทิ้งจุดยืนเดิม"

Advertisement

แชร์
"ณัฐพงษ์" ฉะรัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จ 5กลุ่มแบ่งสรรปันส่วนผลประโยชน์ลงตัว