
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเปิดตัวโครงการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) จากจุลสาหร่าย Chlorella vulgaris KU01 โดยระหว่างการแถลงข่าวเปิดตัว ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่เพื่อพาชาติก้าวข้าม "กับดักรายได้ปานกลาง" ที่ติดหล่มมาอย่างยาวนาน ความหวังสำคัญคือการผลักดันยุทธศาสตร์ Wellness ที่เชื่อมโยงภาคเกษตร อุตสาหกรรม และภาคบริการเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับประเทศไทยให้กลายเป็น "สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย" ที่สมบูรณ์แบบและมีความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เน้นย้ำว่าในสมรภูมิเทคโนโลยีโลกหรือ Tech War ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องแข่งกับใครในทุกเรื่อง แต่ต้องมุ่งเน้นในจุดที่แข็งแกร่งที่สุดคือ "การเกษตรมูลค่าสูงและ Wellness" พร้อมประกาศเป้าหมายชัดเจนว่า "หากเราบอกว่าเราคือเบอร์หนึ่งด้านนี้ ผมมั่นใจว่าเวทีโลกจะอยากเดินเข้ามาหาเราเอง" วิสัยทัศน์นี้จะถูกขับเคลื่อนผ่านนโยบาย Continuous Education เพื่อเตรียมพร้อมบุคลากรให้มีทักษะขั้นสูง (Upskill/Reskill) โดยเฉพาะแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องกลับมาเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)
โครงการวิจัยจุลสาหร่าย KU01 คือคำตอบที่ตรงจุดที่สุดในการสร้างความมั่นคงทั้งด้านอาหารและพลังงาน โดยจุลสาหร่ายสายพันธุ์นี้มีศักยภาพในการผลิตน้ำมันต่อพื้นที่สูงกว่าปาล์มน้ำมันถึง 16 เท่า และสูงกว่าถั่วเหลืองถึง 213 เท่า สามารถสกัดน้ำมันมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึงร้อยละ 59.44 เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงปกติ อีกทั้งจุลสาหร่ายยังเป็นพืชที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึงร้อยละ 80-96 สอดรับกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศอย่างลงตัว
นอกจากด้านพลังงานสะอาดแล้ว นวัตกรรมนี้ยังเป็นทางรอดสำคัญของอุตสาหกรรมโปรตีน โดยการนำชีวมวลสาหร่ายมาทดแทนการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาแพงอย่างกากถั่วเหลืองและปลาป่น ซึ่งผลการทดสอบในสูตรอาหารโคขุนพบว่าช่วยลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างเห็นผล ขณะเดียวกันในมิติของอาหารคน จุลสาหร่าย KU01 ถือเป็น "ซูเปอร์ฟู้ด" ที่มีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 50-70 และอุดมด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เวชสำอางมูลค่าสูง สร้างโอกาสใหม่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมชีวภาพไทยอย่างครบวงจร
ศ.ดร.ยศชนัน ยังกล่าวถึงทีมนักวิจัยข้ามศาสตร์ว่าเป็น "ฮีโร่เบื้องหลัง" ที่เปลี่ยนความรู้ในตำราให้กลายเป็นความหวังที่จับต้องได้ของชาติ ประกอบด้วย ดร.นภัส แก้วตระกูลชัย, รศ.ดร.เกียรติทวี ชูวงศ์โกมล, ผศ.สพ.ญ.ดร.วราพร พิมพ์ประไพ, ผศ.ดร.ภาณุมาศ อรุณเดชาวัฒน์ และ ผศ.เริงทิวา ทิพยศักดิ์ รวมถึงทีมงานคณะเกษตร วิทยาศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ที่ร่วมกันผลักดันโครงการจนเกิดผลเป็นรูปธรรมและพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการบูรณาการข้ามศาสตร์อย่างแท้จริง
ด้าน ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่าโครงการนี้สะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์วิกฤตการณ์โลก ทั้งด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทาย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยที่สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยพร้อมจะผลักดันโครงการจุลสาหร่าย KU01 จากระดับห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์และระดับอุตสาหกรรม เพื่อเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของไทยสืบไป สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของกระทรวง อว. ที่จะสนับสนุนงานวิจัยที่สร้างมูลค่าสูงให้แก่สังคมไทยในระยะยาว
Advertisement