
เมื่อวันที่5 เม.ย. 2569 นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเกิดเหตุสะเทือนขวัญหลายกรณี ทั้งการซุ่มยิงปลัดฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ อบต. ในอำเภอจะแนะ การโจมตีเจ้าหน้าที่และเผาเครื่องจักรก่อสร้างในอำเภอระแงะ รวมถึงการยิงถล่มเจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาสมัครทหารพรานในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้สร้างความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนอย่างหนัก
นายไชยยงค์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามองคือคดีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มรถยนต์ของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ารถยนต์ที่กลุ่มมือปืนใช้ก่อเหตุเป็นรถยนต์ในสังกัด กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาส และหนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้เป็นถึงอดีตร้อยโทนาวิกโยธิน โดยมีการพยายามทำลายหลักฐานด้วยการชำแหละรถและถอดชิ้นส่วนอาวุธปืนเอ็ม 16 ทิ้งลงแม่น้ำบางนรา ทั้งนี้ นายไชยยงค์ระบุว่า คำชี้แจงเบื้องต้นจาก กอ.รมน. ที่อ้างว่าคนร้ายยืมรถราชการไปใช้โดยผู้รับผิดชอบไม่ทราบเรื่องนั้น เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นและขาดความรับผิดชอบอย่างสิ้นเชิง
ตนขอเรียกร้องให้ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 เร่งแถลงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนให้ชัดเจนว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างผู้ให้ยืมรถกับกลุ่มคนร้ายหรือไม่ พร้อมทั้งขอให้ตรวจสอบกรณีหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสนำเฮลิคอปเตอร์กราดยิงบริเวณเทือกเขาตะเวจนสวนยางพาราชาวบ้านเสียหาย ซึ่งสวนทางกับคำปฏิเสธของหน่วยงาน โดยพฤติกรรมดังกล่าวรวมถึงการปิดถนนยาวนานถึง 7 วันหลังเหตุระเบิด ได้กลายเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนและผลักให้ประชาชนไปเป็นแนวร่วมของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ (BRN) มากขึ้นจากการทำสงครามจิตวิทยา (IO) ที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้สร้างสถานการณ์เอง
นายไชยยงค์กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าการประกาศ พื้นที่ปลอดภัย ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นเพียงนามธรรมที่ไม่เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ และถือเป็นการหลอกลวงประชาชนหากยังไม่มีมาตรการแก้ไขที่ชัดเจน จึงขอให้แม่ทัพภาคที่ 4 แสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้นำหน่วย ด้วยการเร่งหาทางออกที่เป็นรูปธรรม ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง และปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงานเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นและนำความสงบสุขกลับคืนสู่พื้นที่ภาคใต้โดยเร็วที่สุด
Advertisement