
วันที่ 26 มี.ค.2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ว่า ในภาวะวิกฤตแบบนี้กระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในประสานกับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ในการดูแลสินค้าที่ควบคุมอยู่ทั้งหมด 59 รายการ
โดยจากการประชุมร่วมกันมีการสรุปว่าจะเพิ่มสินค้าเข้ามาอีก 7 รายการ ในหมวดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปสงค์อุปทานที่เกิดผลกระทบกับราคาสินค้า เช่นเมล็ดพลาสติก , น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส น้ำปลา , ซีอิ๊ว เป็นต้น
ซึ่งปัจจุบัน มีสินค้าที่ควบคุมดูแลอยู่แยกออกเป็น 12 หมวด และมีระดับความเข้มข้น 5 ระดับ ซึ่งระดับที่เข้มข้นสูงสุดคือ หากจะขยับราคาจะต้องมีการขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อน มีทั้งหมด 8 สินค้า
นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่จะขยับความเข้มข้น จากที่แค่การแจ้งปรับราคา เป็นการขอนุญาตปรับขึ้นราคา เช่น ปลากระป๋อง บะหมี่สำเร็จรูป นมผงและนมเหลว นมเปรี้ยว เป็นต้น
โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการ แล้ว ย้ำว่ายังสามารถดูแลสต็อกที่มีอยู่ได้ในหมวดสินค้าจำเป็นที่ควบคุมดูแลอยู่ได้ แต่ในหมวดสินค้าทั่วไปยอมรับว่า จะมีการปรับขึ้นราคาตามที่ประชาชนได้รับรับทราบ เช่น น้ำตาลทราย เป็นต้น
ขณะที่เรื่องการหาวัตถุดิบเพิ่มเติมในภาคของเกษตรกรที่ กำลังจะมีการเก็บเกี่ยวในบางพืชผลนั้น กระทรวงพาณิชย์ จะได้ติดตามเรื่องปุ๋ย โดยระบุว่า มีสต็อกเพียงพอในประเทศ ถึงประมาณเดือนเมษายน ซึ่งจะหาเข้ามาเพิ่มเติมได้แต่อาจมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการเยียวยาเพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรและพี่น้องชาวประมง โดยการหารือถึงแนวทางการช่วยค่าปุ๋ย รวมถึงทำงานร่วมกันกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการปรับสูตรปุ๋ยให้ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้ามากขึ้นหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มเติมในพื้นที่ที่สามารถทำได้
นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงราคาสินค้าบางประเภทที่ไม่ได้อยู่ในสินค้าควบคุม แต่เป็นสินค้าที่จำเป็นได้มีการเจรจากับผู้ประกอบการและได้รับความร่วมมืออย่างดีที่จะทำสินค้า “ไทยช่วยไทย” โดยส่งสินค้าราคาพิเศษลงไปทั้ง 77 จังหวัดผ่านทางผู้ค้าปลีกค่าส่ง
และยังมีโครงการช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนโดยส่งตรงให้กับผู้เปราะบาง ซึ่งจะเชื่อมโยงกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต่อเนื่องกับทางกระทรวงการคลัง
อย่างไรก็ตาม นางศุภจี ย้ำว่า ในเรื่องการบริหารจัดการสินค้าจำเป็น มีการดูแลเรื่องการเก็บสต็อกสินค้า เพื่อไม่ให้มีการเก็บสต็อกมากเกินไป และบริหารจัดการไม่ให้มีการขาดช่วง ซึ่งทีมงานของกระทรวงพาณิชย์ได้ลงไปดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีมาตรการในการตรวจจับตาม พรบ.สินค้าและบริการ อย่างเข้มข้น
Advertisement