
กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ ระบุว่า พลเอกหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอเรียนแจ้งให้สาธารณชน สื่อมวลชนระดับชาติ และนานาชาติทราบดังนี้
คณะผู้แทนผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำราชอาณาจักรกัมพูชา ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์จริงตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ในภูมิศาสตร์จังหวัดพระวิหารอย่างต่อเนื่อง
โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 10:35 น. กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ได้ประสานงานอำนวยความสะดวกให้แก่คณะผู้แทนผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศ เพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่จริงเกี่ยวกับเศษซากวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (UXO) ซึ่งหลงเหลือจากการปฏิบัติการโจมตีของกองทัพไทยต่อกัมพูชาในปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา รวมถึงติดตามสถานการณ์การบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ในพื้นที่จังหวัดพระวิหาร
เจ้าหน้าที่จากศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านเหมืองแร่กัมพูชา (CMAC) ได้บรรยายสรุปต่อคณะผู้แทนจากทั้ง 12 ประเทศ เกี่ยวกับประเภทของวัตถุระเบิดตกค้างและชนิดของกระสุนที่ถูกนำมาใช้ ซึ่งมีการตรวจพบรวมทั้งสิ้น 1,223 นัด ภายในบริเวณปราสาทพระวิหาร โดยระบุว่าเป็นกระสุนที่กองทัพไทยใช้ระหว่างการโจมตีปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นมรดกโลกและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมประวัติศาสตร์อันล้ำค่าของชาวกัมพูชา
ขอย้ำเพิ่มเติมว่ากิจกรรมการกวาดล้างวัตถุระเบิดที่ตกค้างจากสงครามของศูนย์ CMAC ดำเนินการตามแนวทางของรัฐบาล และถูกกำหนดให้เป็นภารกิจเร่งด่วนที่สำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
Advertisement